กรมการข้าว หนุนโครงการเสริมสร้างศักยภาพ การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน จังหวัดชัยภูมิและจังหวัดขอนแก่น

0
54333

กรมการข้าวนำสื่อมวลชนศึกษาดูงาน ศูนย์ข้าวชุมชน ศูนย์วิสาหกิจชุมชนทำนาประณีตข้าวอินทรีย์ศรีสำราญ พื้นที่ ต.ศรีสำราญ อ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ และ วิสาหกิจชุมชนบ้านหินกอง .ป่ามะนาว .บ้านฝาง .ขอนแก่น เมื่อวันที่ 4 – 5 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งศูนย์ข้าวชุมชนเป็นองค์กรชาวนาที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้การสนับสนุนจัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา มีบทบาทหน้าที่ในการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีในชุมชน เป็นศูนย์เรียนรู้ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวรวมทั้งเป็นศูนย์กลางการพัฒนาข้าวของชุมชน

โดย นายมงคล จันทร์ประทัด ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการผลิตข้าว ซึ่งร่วมนำคณะสื่อมวลชนเดินทางดูงานในครั้งนี้ กล่าวว่า กรมการข้าวได้ดำเนินงานโครงการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน โดยกำหนดเป้าหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพของศูนย์ข้าวชุมชนให้สามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เพียงพอต่อความต้องการของชาวนาในชุมชนและของประเทศ  โดยเน้นศูนย์ข้าวชุมชนที่เข้าร่วมโครงการให้สามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี มีการส่งเสริมแลกเปลี่ยนแนวทางในการพัฒนากิจกรรมและการดำเนินงานต่าง ๆ ร่วมกันระหว่างกรมการข้าวและศูนย์ข้าวชุมชน

นายทรงศิริ นราพงษ์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทำนาประณีตข้าวอินทรีย์ศรีสำราญ เล่าถึงจุดเริ่มต้น เกิดจาก มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ร่วมกับ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กำแพงแสน และจังหวัดชัยภูมิ โดยนาย พรศักดิ์ เจียรณัผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิในขณะนั้น ได้มอบหมาย เกษตรจังหวัดชัยภูมิคัดเลือกเป้าหมายให้ ตำบลศรีสำราญ เป็นตำบลนำร่องโครงการทำนาแบบประณีต มีนาย ทรงศิริ นราพงษ์ (นายกองค์การบริหารส่วนตำบลศรีสำราญ) เป็นผู้รวบรวมเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในตำบล จำนวน 21 ราย เข้าร่วมโครงการทำนาแบบประณีต SRI ณ แปลงนาโดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทำนาประณีตข้าวอินทรีย์ศรีสำราญถือเป็นวิสาหกิจชุมชนตัวอย่างเรื่องข้าวของจังหวัดชัยภูมิ มีจำนวนสมาชิก 117 รายผลผลิต 400 กิโลกรัมต่อไร่ ทางวิสาหกิจได้แจกจ่ายและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ให้กับสมาชิกและรับซื้อข้าวจากสมาชิกทั้งหมด โดยคนที่เป็นสมาชิกในกลุ่มต้องขายข้าวให้กับวิสาหกิจนี้เท่านั้นซึ่งจะให้ราคาสูงกว่าราคาตลาดทั่วไป สำหรับพันธุ์ข้าวที่สมาชิกปลูกคือข้าวมะลิ 105 และ ไรซ์เบอร์รี่ โดยทางวิสาหกิจมีเครื่องตรวจสอบความชื้น คุณภาพข้าว เครื่องคัดแยกเมล็ด ที่ทันสมัย มีลานตาก และเครื่องสีข้าว สามารถรับซื้อข้าวได้วันละ 3.3 ตัน  กำลังการสี 500 Kg/Hr.

นอกจากนี้ทางวิสาหกิจยังมีการจัดทำแพคเกจบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัยและมีตราผลิตภัณฑ์ของตนเองชื่อ “ศรีสำราญ” และมีช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลายเช่น แม็คโคร โชว์ห่วย โรงพยาบาล หน่วยงานรัฐ ในจังหวัดชัยภูมิและพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงขายออนไลน์ ช่วยสร้างรายได้ให้กับวิสาหกิจและสามารถกระจายรายได้สู่กลุ่มสมาชิก ซึ่งการผลิตข้าวของชุมชนได้ผลกำไรดีพอที่เลี้ยงครอบครัวของคนในชุมชนได้ เนื่องมาจากกรมการข้าวสนับสนุนในเรื่องของรถเกี่ยวนวดข้าวให้เป็นของวิสาหกิจเอง อีกทั้งทางวิสาหกิจยังมีการบริหารจัดการแบบชุมชนมีส่วนร่วม อาทิ การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพใช้ภายในกลุ่การใช้ชีวภัณฑ์ในการกำจัดศัตรูข้าวหรือพืชผักอื่นๆ ซึ่งกลุ่มผลิตใช้เอง ลานตากข้าว ยุ้งฉางสำหรับเก็บข้าวเปลือกที่ตากแห้งแล้ว มีโรงสีข้าว มีเครื่องชั่งน้ำหนักรถบรรทุก ของกลุ่มเอง โดยมี นายทรงศิริ นราพงษ์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทำนาประณีตข้าวอินทรีย์ศรีสำราญ ต.ศรีสำราญ อ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ เป็นผู้ดูแลโครงการ  

ส่วนในด้านของวิสาหกิจชุมชนบ้านหินกอง ต.ป่ามะนาว อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น มีจำนวนสมาชิกในกลุ่มศูนย์ข้าว 43 คน โดยข้าวที่สมาชิกหรือชุมชนปลูกได้แก่ ข้าว กข ข้าวหอมมะลิ 105วิสาหกิจแห่งนี้รับสีข้าวให้กับชุมชนและสมาชิกในกลุ่ม ด้วยเครื่องสีข้าวไฟฟ้าที่ทันสมัย เล็กแต่มีประสิทธิภาพมากกว่าโรงสีใหญ่ โดสีได้ปริมาณข้าวเยอะ รำแก่น้อย ราคาถูกกว่าโรงสีใหญ่ประมาณ 70 % โดยมีทั้ง เครื่องเป่า เครื่องชั่ง เครื่องคัดแยกเมล็ด กำลังผลิตต่อวันมากสุดถึง 600 Kg / วัน มีนายจิรภัทร เดชเอกอนันต์ ประธานศูนย์เครือข่ายเศรษฐกิพอเพียง ต.ป่ามะนาว อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น เป็นผู้ดูแลโครงการของชุมชน ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุนจากกรมการข้าวเช่นกัน

ทั้งนี้จากข้อมูล ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2566 ศูนย์ข้าวชุมชนที่ขึ้นทะเบียนกับกรมการข้าวมีจำนวน 4,327 ศูนย์ใน 75 จังหวัดทั่วประเทศ โดยศูนย์ข้าวชุมชนดังกล่าวที่มีการจัดตั้งไว้แล้วนั้นยังคงมีการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องในลักษณะการบริหารจัดการแบบชุมชนมีส่วนร่วม “โดยชาวนา เพื่อชาวนา” ภายใต้การกำกับดูแลโดยกรมการข้าว ซึ่งได้วางระบบร่วมกันกับผู้แทนของศูนย์ข้าวชุมชน โดยจัดตั้งคณะกรรมการในการบริหารศูนย์ข้าวชุมชนในทุกระดับและมีการสร้างเครือข่ายในรูปแบบของคณะกรรมการได้แก่ระดับศูนย์ จังหวัด เขต และประเทศ จึงกล่าวได้ว่าศูนย์ข้าวชุมชนเป็นองค์กรตัวแทนของชาวนาทั้งประเทศอย่างแท้จริง