กรมส่งเสริมสหกรณ์ ชี้แจงปัญหา “สหกรณ์บริการเคหสถานร่วมใจพัฒนาตลาดเก่า จำกัด”

0
38173

ตามที่ปรากฎเป็นข่าวว่า “สมาชิกสหกรณ์บริการเคหสถานร่วมใจพัฒนาตลาดเก่า จำกัด ร้องว่าที่ สส.พรรคก้าวไกล ว่าเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงจังหวัดนนทบุรี ส่งเงินซื้อบ้านหลักแสนบาท กลับได้บ้านสภาพแคมป์คนงานแทน แต่ประธานสหกรณ์หายพร้อมเงินล้าน”

สหกรณ์ดังกล่าว จัดตั้งขึ้นจากสถาบันองค์กรพัฒนาชุมชน (พอช.) สนับสนุนให้ชาวบ้านในชุมชนร่วมใจพัฒนา (ตลาดเก่า) ที่ได้รับความเดือดร้อนปัญหาที่อยู่อาศัย จำนวน 102 ราย ก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์ขึ้นในปี 2558 และเมื่อเห็นว่าสมาชิกมีความพร้อมทางศักยภาพทางการเงินและมีวินัยในการออมเงิน ทาง พอช.จึงได้ออกหนังสือรับรองให้กลุ่มออมทรัพย์ฯ จัดตั้งเป็นสหกรณ์ เมื่อปี 2561 ภายหลังจัดตั้งสหกรณ์ฯ ได้ขอกู้เงินจาก พอช. ประมาณ 13 ล้านบาทเศษ และซื้อที่ดินในเขต อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จำนวน 4 ไร่ 2 งาน 71 ตารางวา แต่ พอช.ไม่ได้ปล่อยเงินกู้ให้สหกรณ์ เนื่องจากสมาชิกส่งเงินออมไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของ พอช. แต่เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของสมาชิกสหกรณ์ พอช. ได้สนับสนุนงบประมาณจ่ายขาดให้สหกรณ์ 623,000 บาท เพื่อสร้างบ้านพักชั่วคราวจำนวน 35 ห้อง จนกว่าสมาชิกจะปฏิบัติได้ตามเงื่อนไขของ พอช. ทำให้สหกรณ์ไม่ได้ดำเนินธุรกิจหลักตามวัตถุประสงค์ของสหกรณ์

ภายหลัง สหกรณ์สามารถปิดบัญชีได้เพียงปีเดียว และไม่สามารถปิดบัญชีได้ 4 ปีบัญชี ปัจจุบันสหกรณ์ไม่มีการจัดจ้างเจ้าหน้าที่เพื่อจัดทำบัญชี และเงินออมสมาชิกจากกลุ่มออมทรัพย์เดิมเกิดปัญหายอดเงินส่วนต่างคลาดเคลื่อนจากเอกสารที่รับมอบทำให้เกิดปัญหาในการจัดทำบัญชี
จากนั้น ในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 ได้มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นชอบให้หยุดดำเนินธุรกิจและเลิกสหกรณ์และได้มีหนังสือแจ้งให้นายทะเบียนสหกรณ์ทราบ สหกรณ์จึงเข้าแจ้งเหตุต้องเลิกตามมาตรา 70 (3) แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ต่อมาวันที่ 15 พฤษภาคม 2566 ได้มีประกาศนายทะเบียนสหกรณ์ เรื่อง เลิกสหกรณ์เคหสถานร่วมใจพัฒนาตลาดเก่า จำกัด และได้มีคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์ และประกาศนายทะเบียนสหกรณ์แต่งตั้งและแจ้งชื่อผู้ชำระบัญชี

ในกรณีที่ผู้ร้องเรียนได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์ และสมาชิกสหกรณ์ เนื่องจากขาดความเชื่อมั่นว่าสหกรณ์ไม่สามารถสร้างบ้านให้แก่ตนเองได้ จึงขอรับเงินออมคืนจากประธานกลุ่มออมทรัพย์/ประธานสหกรณ์แล้วไม่ได้รับเงินคืน สำนักงานสหกรณ์จังหวัดนนทบุรีได้เชิญผู้ร้องมาชี้แจงเพิ่มเติมพบว่ายังมีสมาชิกบางส่วนได้ขอลาออกจากสหกรณ์แล้วไม่ได้รับเงินคืนเช่นกัน

นายทะเบียนสหกรณ์ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะผู้ตรวจการณ์สหกรณ์เป็นการเฉพาะกิจเข้าตรวจสอบกิจการและฐานะทางการเงินของสหกรณ์ ผลการตรวจสอบ พบว่า ตามงบแสดงฐานะทางการเงินของสหกรณ์ สำหรับงวด 5 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2561 ไม่ปรากฎรายการเงินออมของกลุ่มออมทรัพย์แต่อย่างใด และจากการตรวจสอบทะเบียนเงินหุ้นและลูกหนี้สหกรณ์พร้อมทั้งใบเสร็จรับเงินที่สหกรณ์ออกให้แก่ผู้ร้อง ตั้งแต่ปี 62 – 65 ไม่ปรากฎรายการรับชำระเงินออมเข้ามายังสหกรณ์ รวมทั้งสำนักงานสหกรณ์จังหวัดนนทบุรี ไม่สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเงินออมทรัพย์ของผู้ร้องได้

นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ขอชี้แจงว่า สหกรณ์ตามโครงการบ้านมั่นคงที่ใช้ระบบสหกรณ์เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการสหกรณ์ โดยมีเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์เป็นผู้ช่วยในการแนะนำ ส่งเสริม ให้เป็นไปตามกฎหมายสหกรณ์ เมื่อสหกรณ์ไม่สามารถดำเนินการได้ตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสหกรณ์อันเกิดจากความไม่เข้าใจ ความเชื่อมั่นของสมาชิกที่มีกับสหกรณ์หรือเกิดจากการทุจริตของบุคลากรของสหกรณ์เองจึงเป็นเหตุให้สมาชิกลงมติในที่ประชุมใหญ่ของสหกรณ์เพื่อเลิกสหกรณ์ นายทะเบียนสหกรณ์จึงเห็นชอบตามมติดังกล่าว และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการชำระบัญชีซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

“อย่างไรก็ตาม ในฐานะอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ มีความห่วงใยต่อสมาชิกสหกรณ์ ซึ่งเป็นประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนต่อเหตุดังกล่าว จึงได้มอบหมายให้สหกรณ์จังหวัดนนทบุรี เร่งรัดดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาบรรเทาความเดือดร้อนเป็นการเร่งด่วน ลำดับแรกประสานการทำงานร่วมกับ พอช. ในการปรับปรุงที่พักอาศัยชั่วคราวให้มีความปลอดภัย และได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ เข้าไปแนะนำและช่วยเหลือรวบรวมเอกสารหลักฐานต่าง ๆ เพื่อประกอบในการดำเนินคดีให้สมบูรณ์ รวมถึงติดตามการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นถึงแม้จะไม่ได้เกิดจากการดำเนินงานของสหกรณ์ที่กระทำให้สมาชิกเสียหายก็ตาม โดยร่วมกับหน่วยงานในการตามตัวผู้กระทำความผิดให้มารับผิดชอบและลงโทษตามกฎหมายต่อไป” นายวิศิษฐ์ กล่าว

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นในลักษณะดังกล่าว จึงได้สั่งการให้สหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศ เข้าดำเนินการตรวจสอบสหกรณ์ที่มีปัญหาลักษณะเดียวกันนี้ พร้อมทั้งเร่งรัดในการแก้ปัญหา การปิดบัญชีของสหกรณ์ รวมทั้งตรวจสอบทางด้านการเงินด้วย