กระทรวงพาณิชย์แก้ปัญหาราคาหมู…ได้ใจทั้งผู้บริโภคและเกษตรกร

0
6877

ราคาเนื้อหมูที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ที่ได้รับการแก้ปัญหาอย่างทันท่วงที ถือเป็นผลงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้ใจคนไทยไปเต็มๆ ด้วยการดูแลทุกภาคส่วนให้ได้รับความเป็นธรรมแบบไม่มีตกหล่น ทั้งการดูแลค่าครองชีพของผู้บริโภคซึ่งเป็นหน้าที่หลักของกระทรวงฯ

ขณะที่เกษตรกรคนเลี้ยงหมูทั้งประเทศ ก็ได้รับความเข้าใจจากภาครัฐ ว่าภาวะราคาที่เกิดขึ้น “เป็นไปตามกลไกตลาด” จากความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน ทั้งจากภาคผู้ประกอบการในธุรกิจต่างๆ และการเปิดภาคเรียนของสถานศึกษา

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกระทรวงฯ รู้ดีว่าที่ผ่านมาชาวหมูทุกคนต่างให้ความร่วมมือกับกรมการค้าภายใน ดูแลผู้บริโภค ด้วยการตรึงราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มไว้ไม่ให้เกิน 80 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อให้ราคาขายปลีกเนื้อหมูที่หน้าเขียงไม่เกิน 150-160 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นราคาที่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคและผู้ผลิต

การเร่งแก้ปัญหาปากท้องแบบตรงจุดของรมว.พาณิชย์ ที่มองการณ์ไกลด้วยการหารือกับสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติตั้งแต่ยังไม่เกิดปัญหานี้ด้วยซ้ำ เพื่อขอความร่วมมือจากเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู ในการดูแลวางแผนการผลิตหมูให้เพียงพอกับการบริโภค ไม่ให้มีปัญหาขาดแคลน และทำสัญญาลูกผู้ชายว่า จะช่วยกันปกป้องผู้บริโภคไม่ให้เดือดร้อนจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยยืนหยัดขายหมูเป็นไม่ให้สูงไปกว่า 80 บาทมาตลอด ขอเพียงให้เกษตรกรพอมีรายได้ต่อยอดอาชีพเดียวของตนเองต่อไป หลังจากต้องเผชิญปัญหาราคาหมูตกต่ำมาตั้งแต่ปี 2560 จนเกษตรกรกว่า 20% ไม่สามารถประคองอาชีพไว้ได้ จำต้องถอดใจเลิกอาชีพ

ส่วนที่ยังพอมีแรงสู้ต่อก็ต้องพยายามหารายได้เสริมมาสานต่ออาชีพ แต่ก็มิวายเจออุปสรรคสำคัญ เมื่อโรคแอฟริกันสไวน์ฟีเวอร์ (ASF ในหมู) ที่แพร่ระบาดสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวง ให้กับอุตสาหกรรมการเลี้ยงหมูในหลายประเทศรอบบ้านเรา ทั้งจีน เวียดนาม กัมพูชา และเมียนมา กลายเป็นผลทางจิตวิทยากดดันให้เกษตรกรอีกกว่า 20% หายไปจากระบบ เพื่อตัดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ส่วนเกษตรกรที่เหลือก็พยายามสร้างปราการป้องกันโรคนี้จนสำเร็จ ทำให้ไทยยังคงสถานะประเทศที่ปลอดจาก ASF จนถึงปัจจุบัน แต่นั่นก็ต้องแลกมาด้วยต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น 100-200 บาทต่อตัว จากระบบป้องกันโรคที่เข้มข้น ซึ่งทุกคนพร้อมดำเนินการเพื่อป้องกันอุตสาหกรรมหมูจากโรคนี้ และปกป้องชาวไทยไม่ให้มีปัญหาราคาหมูปรับสูงขึ้นหลายเท่าตัว อย่างประเทศอื่นที่ถูก ASF เล่นงาน กำลังเผชิญอยู่

ปัญหาที่เกษตรกรต้องแบกรับทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของกระทรวงพาณิชย์ การแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนในครั้งนี้จึงเกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน ด้วยการบูรณาการความร่วมมือกับภาคผู้เลี้ยงนำเนื้อหมูสดไปจำหน่ายตรงถึงมือผู้บริโภค ตัดขั้นตอนพ่อค้าคนกลางออกไป โดยขายเนื้อหมูในราคา 100-130 บาท ผ่านกิจกรรม “เนื้อหมู…สู้โควิด” ที่จัดพร้อมกันทั่วไทย เริ่ม 7 สิงหาคม เป็นต้นไป

ขณะเดียวกัน ยังขอความร่วมมือห้างค้าปลีก ห้างค้าส่ง ตลาดสด และร้านจำหน่ายเนื้อสัตว์ มาร่วม “โครงการพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชน” ด้วยการจัดจำหน่ายเนื้อหมูธงฟ้าราคาพิเศษ เพื่อดูแลค่าครองชีพพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง ร่วมกันฝ่าวิกฤติโควิดนี้ไปด้วยกัน

ต้องขอชื่นชมการทำงานของกระทรวงพาณิชย์ ที่มองออกว่าวันนี้หมูเป็นสินค้าเดียวที่กลายเป็นโอกาสในการฟื้นเศรษฐกิจไทยได้ และเข้าใจในกลไกตลาดอย่างแท้จริง จึงมองปัญหาอย่างทะลุปรุโปร่ง มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงวางแผนและผนึกกำลังกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับมือกับราคาหมูที่ปรับขึ้นอย่างทันท่วงที ซึ่งถือเป็นปัจจัยสู่ความสำเร็จ ทำให้ปัญหานี้คลี่คลายและราคากลับเข้าสู่ภาวะปกติในทุกพื้นที่

ส่วนผู้ที่พบเห็นการขายเนื้อหมูเกินราคา ก็สามารถโทรแจ้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนราคาสินค้า สายด่วน 1569 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการกับไอ้โม่งที่หาประโยชน์ในวิกฤติที่ทุกคนกำลังยากลำบาก ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ในที่สุดกลไกตลาดก็กลับมาทำงานเป็นปกติเหมือนทุกครั้ง