ความเค็มเจ้าพระยาเริ่มดีขึ้น หลังชป.ปรับแผนระบายน้ำลงมาเจือจาง

0
12192

ค่าความเค็มแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว หลังกรมชลประทานจับมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับแผนการระบายน้ำ พร้อมวางมาตรการคุมเข้มเพื่อควบคุมค่าความเค็มให้ลดลง

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยหลังการประชุมมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ปัจจุบัน(15 ก.พ. 64) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 42,980 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 57ของความจุอ่างฯรวมกัน มีน้ำใช้การได้รวมกันประมาณ 19,049 ล้าน ลบ.ม. จนถึงขณะนี้มีการใช้น้ำไปแล้ว 9,261ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 54 ของแผนฯ เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา(เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 10,630 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 43 ของความจุอ่างฯรวมกัน มีน้ำใช้การได้ประมาณ 3 ,9 3 4 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันจัดสรรน้ำไปแล้ว 2,709 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 66 ของแผนฯ เนื่องจากปีที่ผ่านมาปริมาณน้ำต้นทุนมีจำนวนจำกัด จำเป็นต้องจัดสรรน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนตามลำดับความสำคัญ โดยเน้นการอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศ ควบคุมคุณภาพน้ำ ไม้ผลไม้ยืนต้น และสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝนหน้า  

สำหรับสถานการณ์น้ำค่าความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา ปัจจุบัน(15 ก.พ. 64)เมื่อเวลา 07.00 น. ที่สถานีสูบน้ำประปา–    สำแล วัดค่าความเค็มได้ 0.14กรัมต่อลิตร (เกณฑ์เฝ้าระวัง 0.25 กรัมต่อลิตร มาตรฐานเพื่อการผลิตน้ำประปาไม่เกิน 0.50 กรัมต่อลิตร) ที่สถานีปากคลองจินดา แม่น้ำท่าจีน วัดค่าความเค็มได้ 0.46 กรัมต่อลิตร (เกณฑ์เฝ้าระวังสำหรับกล้วยไม้ 0.75 กรัมต่อลิตร เกณฑ์เฝ้าระวังเพื่อการเกษตรไม่เกิน 2 กรัมต่อลิตร) ที่สถานีวัดน้ำปากคลองดำเนินสะดวก แม่น้ำแม่กลอง วัดค่าความเค็มได้ 0.15 กรัมต่อลิตร (เกณฑ์เฝ้าระวังสำหรับกล้วยไม้ 0.75 กรัมต่อลิตร เกณฑ์เฝ้าระวังเพื่อการเกษตรไม่เกิน 2 กรัมต่อลิตร)

อนึ่ง ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กรมชลประทานได้ปรับแผนการระบายน้ำ และร่วมกับหน่วยานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามมาตรการควบคุมค่าความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ปัจจุบันสามารถควบคุมค่าความเค็มให้อยู่ในระดับที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปา อย่างไรก็ตาม ในช่วงวันที่ 18-19 ก.พ.64 นี้ ค่าความเค็มจะขึ้นสูงอีกครั้ง กรมชลประทาน     ได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักเป็น 75 ลบ.ม./วินาที ในวันที่ 16 ก.พ.64 ตั้งแต่เวลา 06.00น. เป็นต้นไป ปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนพระรามหกจาก 45 ลบ.ม./วินาที เป็น 60 ลบ.ม./วินาที และตั้งแต่วันที่ 17 ก.พ. 64 สูบผันน้ำจากแม่น้ำท่าจีนผ่านคลองพระยาบรรลือ ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาที่ ปตร.สิงหนาท 2 ในอัตรา 18 ลบ.ม./วินาที เพื่อผลักดันค่าความเค็มดังกล่าว นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้โครงการชลประทานในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมรับมือสถานการณ์น้ำทะเลหนุนตลอดช่วงเดือนนี้ พร้อมประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ถึงสถานการณ์น้ำให้แก่ประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง