ชป.ชี้แจงกรณีชุมชนกะเหรี่ยง อ.งาว จ.ลำปาง ร้องให้ยกเลิกโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำน้ำงาวฯ

0
3902

กรมชลประทาน ชี้แจงกรณีที่มีชาวกะเหรี่ยงบ้านขวัญคีรี ต.บ้านร้อง อ.งาว จ.ลำปาง เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำงาวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เนื่องจากเห็นว่าเป็นโครงการฯที่ไม่ได้มาจากความต้องการของคนในชุมชน รวมทั้ง กระบวนการว่าจ้างบริษัทมาศึกษาผลกระทบไม่ชอบธรรมและไม่ชอบด้วยกฎหมายการขาดการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง และการไม่รับฟังเสียงของประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งชุมชนยังได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะในด้านที่ดินและด้านวิถีวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยง นั้น  

นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ได้ชี้แจงว่า โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำงาว–     อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดลำปาง เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จ–        พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 สืบเนื่องจากนายอดิศักดิ์ ศักดิ์นภารัตน์ ขอพระราชทานพระมหากรุณาในการก่อสร้าง   อ่างเก็บน้ำแม่งาว บริเวณบ้านแม่หยวก ม. 4 ต.หลวงเหนือ อ.งาว จ. ลำปาง เนื่องจากพื้นที่ 6 ตำบลของอำเภองาว  ได้แก่ ตำบลบ้นร้อง ตำบลปงเตำตำบลนแก ตำบลหลวงเหนือ ตำบลหลวงใต้ และตำบลบ้านโป่ง มักจะประสบปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยเป็นประจำ

หากสามารถดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำน้ำงาวฯได้ จะเป็นแหล่งเก็บกักน้ำไว้ใช้เพื่อกอุปโภคบริภาคและการเกษตรได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งยังสามารถบรรเทาความเสียหปัญหาอุทกภัย ในพื้นที่ 6 ตำบลดังกล่าวด้วย ส่วนข้อที่ว่าในพื้นที่ดังกล่าว การพัฒนาฝายต้นน้ำก็เพียงพอแล้ว นั้น ในข้อเท็จจริงแล้ว การสร้างฝายปริมาณน้ำที่มีอยู่ไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ของราษฎรทั้ง 6 ตำบล หากเปรียบเทียบกับการสร้างอ่างเก็บน้ำที่จะสร้างความมั่นคงในเรื่องของการมีน้ำกินน้ำใช้และการเกษตรได้ตลอดทั้งปี

สำหรับกรณีการจ้างบริษัทที่ปรึกษา นั้น เป็นการดำเนินการตามข้อกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากพื้นที่ของอ่างเก็บน้ำอยู่ในพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 1 จึงต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงวันที่ 19 พ.ย.2561 ซึ่งข้อกำหนดตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ต้องดำเนินการการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยให้มีกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุม โดยเฉพาะผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งในการประชุมปฐมนิเทศ ได้มีการเชิญกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียโครงการฯเข้าร่วมประชุม เพื่อให้รับทราบการดำเนินงานของกรมชลประทานในทุกขั้นตอน ทั้งนี้ ยังเหลือระยะเวลาที่จะต้องทำการศึกษาความเหมาะสมฯ อีกกว่า 300 วัน ซึ่งในระหว่างนี้กรมชลประทาน จะดำเนินการสร้างความเข้าใจให้กับราษฎรที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงยังต้องศึกษาถึงความเหมาะสมทั้งทางด้านวิศวกรรม ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม และด้านเศรษฐศาสตร์อย่างละเอียดในระยะต่อไป


ทั้งนี้
กรมชลประทาน ขอยืนยันว่า ในการดำเนินการพัฒนาแหล่งน้ำทุกโครงการที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ป่าไม้ และพื้นที่ชุมชน นั้น ได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนของระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกขั้นตอน โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ เป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่กรมชลประทาน ได้ยึดมั่นในการดำเนินการตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ทุกโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ สามารถเดินหน้าและเกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่ายอย่างยั่งยืนตลอดไป