ชป.ประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ

0
10084

วานนี้ (16พ.ย.63) ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานในการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ผ่านระบบ VDO Conference ไปยังผู้แทนจากกรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมทรัพยากรน้ำ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และสำนักงานชลประทานเครือข่าย SWOC ทั้ง 17 แห่งทั่วประเทศ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำจากพื้นที่ต่างๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝน ณ ห้องประชุมswocอาคาร99ปี หม่อมหลวงชูชาติ กำภู กรมชลประทาน ถนนสามเสน

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึง สถานการณ์น้ำปัจจุบัน(16พ.ย.63) ว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 48,891 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 64 ของความจุอ่างฯ  เป็นน้ำใช้การได้ประมาณ 24,798 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา(เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 12,707 ล้าน ลบ.ม หรือร้อยละ 51 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้รวมกันประมาณ 6,011 ล้าน ลบ.ม. ด้านผลการจัดสรรน้ำฤดูแล้งทั้งประเทศ ปัจจุบัน (16พ.ย.63) มีการใช้น้ำไปแล้ว 1,401 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 9 ของแผนฯ เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีการใช้น้ำไปแล้ว 213 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 5 ของแผนฯ

ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้สำนักงานชลประทานทั่วประเทศ เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำในสภาวะต่างๆ ตามพื้นที่ของตน พร้อมปฏิบัติตามแนวทางการบริหารจัดการน้ำท่วม น้ำแล้ง ตามที่กรมฯ กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด รวมทั้งปรับแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำต้นทุน โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาที่มีการเพาะปลูกพืชต่ำกว่าแผนฯ เนื่องจากในปีที่ผ่านมามีปริมาณฝนตกในพื้นที่ต่ำกว่าเกณฑ์ อย่างไรก็ตาม กรมชลประทาน จะให้ความช่วยเหลือจนกว่าเกษตรกรจะเก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จ ตลอดจนประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ถึงสถานการณ์น้ำ รวมทั้งขอความร่วมมือเกษตรกรงดทำนาปรังต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย