ชป.ร่วมถกขับเคลื่อนแนวทางการป้องกัน แก้ไข และฟื้นฟู ผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการฝายราษีไศล

0
10990

กรมชลประทาน เดินหน้าขับเคลื่อนแนวทางในการแก้ไขปัญหาผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการฝายราษีไศล จ.ศรีสะเกษ หวังบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้ได้รับผลกระทบให้ได้มากที่สุด

เช้าวันนี้ (21 ธ.ค. 63)ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนตามแนวทางในการป้องกัน แก้ไข และฟื้นฟูผลกระทบจากโครงการฝายราษีไศล ครั้งที่ 2/2563 โดยมี ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นผู้แทนกรมชลประทานเข้าร่วมประชุม พร้อมกับ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ และผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผู้แทนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการ

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 63 ที่ผ่านมา ให้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อขับเคลื่อนตามแนวทางในการป้องกัน แก้ไข และฟื้นฟู ผลกระทบจากโครงการฝายราษีไศล ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน โดยการกำหนดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการฯ อาทิ พิจารณากลั่นกรองแนวทางตามแผนฯที่ศึกษาแล้วนำไปสู่การปฏิบัติจริง รวมถึงกำหนดกรอบแนวทางการขับเคลื่อนแผนงานารติดตาม กำกับดูแล และสนับสนุนการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ โดยเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

ในส่วนของกรมชลประทานได้เสนอแผนงานในการแก้ไขปัญหาผลกระทบทางกายภาพ โครงการฝายราษีไศล โดยแบ่งออกเป็น 2 ด้าน ประกอบด้วย แผนพัฒนาแหล่งน้ำในเขตพื้นที่ได้รับผลกระทบได้แก่ งานก่อสร้างแก้มลิง สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า งานขุดลอกลำน้ำ และแผนงานป้องกันอุทกภัยใยเขตพื้นที่ได้รับผลกระทบ อาทิ งานก่อสร้างพนังกั้นน้ำเพิ่มเติม งานป้องกันตลิ่ง ก่อสร้างโรงสูบน้ำออกจากพื้นที่การเกษตร ก่อสร้างหรือซ่อมแซมท่อระบายน้ำ ปรับปรุงบานระบายน้ำ เป็นต้น

ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบในหลักการตามที่ได้มีการเสนอแผนงานและงบประมาณ โดยให้ภาคประชาชนและกรมชลประทานร่วมกันพิจารณาถึงความเหมาะสมของโครงการฯ ซึ่งจะเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกขั้นตอน เพื่อให้การดำเนินโครงการต่างๆเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และตรงตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ตามที่ท่านรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ ได้ให้นโยบายไว้