ชป. เตรียมพร้อมรับมือพายุ “โนอึล” ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมภาคอีสานกลาง

0
7546

ตามที่ กรมอุตุนิยมวิทยประกาศแจ้งเตือนพายุระดับ 3 (โซนร้อน) “โนอึล” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ส่งผลทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 18-20 กันยายน 2563 กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวัง ตลอดจนเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนทันทีหากเกิดภาวะวิกฤต

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม และลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น จากอิทธิพลของพายุ “โนอึล” ได้สั่งการให้โครงการชลประทานทั่วประเทศ ติดตามสภาพอากาศ พร้อมวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกหนักต่อเนื่อง และจุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก พร้อมทั้งประสานหน่วยงานต่างๆ ในการแจ้งเตือนประขาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบถึงสถานการณ์น้ำอย่างทั่วถึง

สำหรับพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่ 5 จังหวัด (ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ และร้อยเอ็ด) ประกอบด้วยลำน้ำสำคัญ ได้แก่ ลำน้ำยัง  ลำน้ำปาว ลำน้ำพอง ลำคันฉู ลำเสียวใหญ่ ลำปะทาว และลำน้ำพรม-เชิญ สำนักงานชลประทานที่ 6 ได้ติดตั้งธงสัญลักษณ์แจ้งเตือนระดับน้ำ พร้อมกำหนดจุดติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ทันทีหากเกิดน้ำท่วม อีกทั้งยังได้กำหนดเกณฑ์การบริหารจัดการน้ำ และการคาดการณ์ปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 3 แห่ง(เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนจุฬาภรณ์ และเขื่อนลำปาว) รวมไปถึงตรวจสอบสภาพอาคารชลประทาน 130 แห่ง ตลอดจนตรวจสอบความมั่นคงของอ่างเก็บน้ำ 110 แห่ง ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน พร้อมกับกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และเตรียมความพร้อมเครื่องจักรเครื่องมือต่างๆ ประจำในจุดเสี่ยงรวมกว่า 257 หน่วย เพื่อให้สามารถเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้ในทันที

นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ปรับแผนการบริหารจัดการน้ำ ในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ และอ่างเก็บน้ำขนาดกลางในพื้นที่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ ทั้งยังปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนทดน้ำทั้ง 4 แห่งในแม่น้ำชีได้แก่ เขื่อนชนบท เขื่อนมหาสารคาม เขื่อนวังยาง และเขื่อนร้อยเอ็ด ให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม หรือ Dynamic Rule Curve(โค้งบริหารจัดการน้ำ) โดยบูรณาการจัดจราจรน้ำในแม่น้ำชีร่วมกับสำนักงานชลประทานที่ 7 รวมไปถึงเตรียมพื้นที่ลุ่มต่ำสำหรับใช้เป็นแก้มลิงในการหน่วงน้ำและรองรับน้ำหลาก ซักซ้อมการดำเดินงานตามแผนการเผชิญเหตุในสภาวะวิกฤต กำหนดบุคลกรที่รับผิดชอบในพื้นที่ นำเครื่องจักรเครื่องมือเข้าประจำจุดเสี่ยง และบูรณาการทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด