ชป.เร่งช่วยเหลือพื้นที่อุทกภัย 3 จังหวัดภาคใต้

0
11091

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ว่า จากอิทธิพลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศมาเลเซีย ทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ภาคใต้ ปัจจุบัน (24 ธ.ค.63) มีพื้นที่น้ำท่วมขังภาคใต้ 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และยะลา กรมชลประทานได้ข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และเครื่องสูบน้ำแบบ Hydro flow เพื่อเร่งระบายน้ำท่วมขังออกจากพื้นที่ชุมชนและพื้นที่การเกษตร ตามแนวทางของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีความห่วงใยประชาชน และได้มอบหมายให้กรมชลประทาน เร่งช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยให้ได้มากที่สุด

โดยที่จังหวัดนราธิวาส มีฝนตกหนักในพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำโก-ลก และคลองตันหยงมัสเพิ่มสูงขึ้น มีพื้นที่ประสบอุทกภัยรวม 13 อำเภอ ได้แก่ อ.แว้ง อ.ศรีสาคร อ.ระแงะ อ.เจาะไอร้อง อ.สุไหงปาดี อ.บาเจาะ อ.จะแนะ อ.สุไหงโก-ลก อ.สุคิริน อ.เมือง อ.รือเสาะ อ.ยี่งอ และอ.ตากใบ สำนักงานชลประทานที่ 17 ได้ทำการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 9เครื่อง เครื่องผลักดันน้ำ 3 เครื่อง และเครื่องสูบน้ำแบบ Hydro flow 7 เครื่อง เพื่อเร่งสูบน้ำที่ท่วมขังออกจากพื้นที่เป็นการเร่งด่วน

ส่วนจังหวัดปัตตานี มีพื้นที่น้ำท่วมขัง 3 อำเภอ ได้แก่ อ.ไม้แก่น อ.หนองจิก และอ.เมือง สำนักงาชลประทานที่ 17 ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 1 เครื่อง บริเวณพนังกั้นน้ำโรงพยาบาลหนองจิก อำเภอหนองจิก เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่เช่นกันและที่จังหวัดยะลา ไดกำชับให้เจ้าหน้าที่ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง รวมไปถึงการสนับสนุนเครื่องจักรเครื่องมือให้สามารถเข้าช่วยเหลือได้ทันที

ทั้งนี้ กรมชลประทาน จะเดินหน้าให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หากประชาชนหรือหน่วยงานใด ต้องการความช่วยเหลือ สามารถร้องขอไปได้ที่โครงการชลประทานในพื้นที่ หรือโทร.สายด่วนกรมชลประทาน หมายเลข 1460 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง