“น้ำ” ถึง อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรีแล้ว หลัง ชป.ประสาน กฟผ.เพิ่มการระบายน้ำช่วยประชาชน

0
14093

กรมชลประทาน เร่งส่งน้ำช่วยพื้นที่ขาดแคลนน้ำลุ่มเจ้าพระยา ตามข้อสั่งการของรัฐบาล โดย ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ห่วงใยพี่น้องเกษตรกรที่ทำการเพาะปลูกข้าวนาปี 64 ไปแล้วรวมทั้งประชาชนชาวลพบุรีที่คาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค หลังเกิดสภาวะฝนทิ้งช่วงในเดือนที่ผ่านมา พร้อมย้ำขอให้มั่นใจว่า กรมชลประทาน จะบริหารจัดการน้ำตามแผนที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ควบคู่ไปกับการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูฝน

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า หลังจากที่กรมชลประทานได้ประสานไปยังการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ให้ปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ ลงมาช่วยเพิ่มปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนทำให้น้ำได้เดินทางมาถึงเขื่อนเจ้าพระยาแล้วเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 64 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความร่วมมือจากพี่น้องเกษตรกรและประชาชนที่ช่วยกันลดการใช้น้ำในแม่น้ำสายหลัก (แม่น้ำปิง แม่น้ำน่าน และแม่น้ำเจ้าพระยา) และลำน้ำสาขา เป็นการชั่วคราว เพื่อให้การลำเลียงน้ำจากพื้นที่ทางตอนบนช่วยพื้นที่ตอนล่างอย่างเพียงพอ พร้อมกับเดินเครื่องสูบน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าสู่คลองชัยนาท-ป่าสัก ที่ประตูประบายน้ำมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ในเช้าวันนี้ (8 มิ.ย. 64) น้ำดังกล่าวเดินทางถึงบริเวณอำเภอบ้านหมี่ แล้ว และคาดว่าจะเดินทางถึงอำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี เย็นวันนี้ จะส่งผลให้การประปาส่วนภูมิภาค 7 สาขา และการประปาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอีก 24 แห่ง รวม 31 แห่ง มีน้ำเพียงพอที่จะผลิตน้ำประปาให้กับประชาชนในพื้นที่ได้ใช้อย่างไม่ขาดแคลน

ทั้งนี้ กรมชลประทาน จะบริหารจัดการน้ำตามสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ และจัดสรรน้ำให้สอดคล้องกับความต้องการใช้น้ำแต่ละพื้นที่โดยจัดรอบเวรการใช้น้ำให้กับพื้นที่การเกษตรโดยเฉพาะข้าวนาปีที่ทำการเพาะปลูกไปแล้ว เพื่อไม่ให้ผลผลิตได้รับความเสียหาย สำหรับเกษตรกรที่ยังไม่ได้ทำการเพาะปลูก ขอให้ชะลอการเพาะปลูกออกไปก่อน จนกว่าจะมีฝนตกชุกในพื้นที่สม่ำเสมอและมีน้ำเพียงพอ อย่างไรก็ตามยังคงต้องเน้นให้ทำการเพาะปลูกโดยใช้น้ำฝนเป็นหลัก เนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนหลักยังมีอยู่อย่างจำกัด รวมไปถึงการใช้น้ำท่าตามธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงขอให้ประชาชนทุกภาคส่วนร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัด และขอให้ติดตามข่าวสถานการณ์น้ำจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ รวมทั้งติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด หากประชาชนหรือหน่วยงานใดมีต้องการความช่วยเหลือสามารถโทรสายด่วนกรมชลประทาน 1460 ได้ตลอดเวลา