บริษัท เป็น 1 เอฟแอนด์บี จำกัด ลุยตลาดเครื่องดื่ม ชิงส่วนแบ่งการตลาดกลุ่ม Functional Drink ดึงคอนเทนต์สุดฮิตตลอดกาลหน้าจอ สู่เครื่องดื่ม “เป็นต่อ ดริ๊งค์”ส่ง “ชาคริต” นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์ เน้นกลุ่มเป้าหมายคนทำงาน

0
31451

บริษัท เป็น 1 เอฟแอนด์บี จำกัด  โดย คุณถกลเกียรติ วีรวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) , คุณสมชาย อัศวปิยานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) , ดร.พิริยะ โพธิ์วิจิตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท แมสคอท โปรดักชั่น จำกัด /  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เป็น 1 เอฟแอนด์บี จำกัด   พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และคุณชาคริต  แย้มนาม พรีเซ็นเตอร์เครื่องดื่ม “เป็นต่อ ดริ๊งค์” ประกาศพร้อมลุยตลาดFunctional Drink ส่งเครื่องดื่ม “เป็นต่อ ดริ๊งค์”บุกตลาดพร้อมวางจำหน่ายที่ 7-Eleven ทุกสาขาแล้ววันนี้

บริษัทเป็น 1 เอฟแอนด์บี จำกัด  โดยความร่วมมือของ 3 พันธมิตรที่มีวัตถุประสงค์ร่วมกันพัฒนาสินค้าเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคปัจจุบัน โดยนำความเชี่ยวชาญในแต่ละด้านของแต่ละบริษัทมาผนึกกำลังกัน อาทิ บริษัท แมสคอท โปรดักชั่น จำกัด ดูแลในส่วนการพัฒนาสินค้าและวางแผนการตลาด, บริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) รับผิดชอบด้านการจัดจำหน่าย และบริษัท วันสนุก จำกัด (ในเครือบริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน)) รับผิดชอบด้านการสื่อสารการตลาดครบวงจร   โดยมุ่งเน้นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนความต้องการของผู้บริโภคครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยผลิตภัณฑ์ตัวแรกจะมุ่งไปที่ไลฟ์สไตล์ของคนยุคปัจจุบันที่ใช้ชีวิตเต็มที่และพร้อมรับทุกสถานการณ์ภายใต้แบรนด์ “เป็นต่อ ดริ๊งค์ ในกลุ่ม Functional Drink

คุณถกลเกียรติ วีรวรรณ เปิดเผยถึงแนวคิดตั้งต้นว่า “เป็นต่อ ดริ๊งค์ เกิดจากการนำแนวคิดของ เป็นต่อ ซิคอม ซึ่งถือได้ว่าเป็นซิคอมยอดฮิตของเมืองไทยมายาวนานที่ยังคงความร่วมสมัยเข้ากับ Lifestyle ของกลุ่มเป้าหมายโดยการสร้างคอนเทนต์ที่มีคอนเซ็ปต์และคาแรคเตอร์ชัดเจน เป็นการสร้าง Communityของกลุ่มเป้าหมายในระยะยาว และยังมีกลุ่มคอมมูนิตี้ ฐานแฟนคลับที่ครบถ้วนทั้งช่องทางออฟไลน์ และออนไลน์อย่างเหนียวแน่น  จึงได้มีความคิดว่าจะนำเอาคอนเซ็ปต์ของซิคอม “เป็นต่อ” มาพัฒนาเป็นสินค้าที่สะท้อนถึงการใช้ชีวิตของคนในยุคปัจจุบันที่ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ทั้งในเวลาทำงานและนอกเวลาทำงาน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคปัจจุบันที่จะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ สนุกสนาน และพร้อมไปต่อในทุกสถานการณ์  จึงได้พัฒนาสินค้าออกมาเป็นเครื่องดื่ม เป็นต่อ ดริ๊งค์ .. สดชื่นไม่เป็นรองใคร

“ในส่วนของการพัฒนาผลิตภัณฑ์นั้นได้รับผลตอบรับที่ดีจากผลการสำรวจความพึงพอใจของผู้บริโภคพบว่าผู้บริโภคมากกว่า 90% รู้จักซิทคอมเป็นต่อ และสนใจจะทดลองถ้ามีผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเป็นต่อ  และส่วนใหญ่มากกว่า 85% ชอบรสชาติ และจะตัดสินใจซื้ออย่างแน่นอนหลังจากที่ได้ทดลองดื่มผลิตภัณฑ์”โดยทีมการตลาดได้ถอดรหัสวางกลุ่มเป้าหมายของ “เป็นต่อ ดริ๊งค์” ให้มีกลุ่มเป้าหมายเดียวกับซิทคอมเป็นต่อ  คือ  กลุ่มคนรุ่นใหม่ มีไลฟ์สไตล์แบบ Work hard, Play harder หรือ Work all day, Play all night  หรือกลุ่มคนที่ใช้ชีวิตเต็มที่ทั้งในเวลาทำงานและนอกเวลาทำงาน รวมถึงกลุ่มคนที่รู้สึกร่างกายไม่สดชื่น ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย ใช้สายตาเยอะ ปาร์ตี้หนักและมองหาเครื่องดื่มที่จะทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น พร้อมไปต่อในทุกสถานการณ์  และได้เตรียมแผนการตลาดครบวงจรเพื่อให้ เป็นต่อ ดริ๊งค์ เข้าถึงผู้บริโภค” ด้วยงบประมาณ​ 50 ล้านบาท” ดร.พิริยะ โพธิ์วิจิตร กล่าวเสริม

เครื่องดื่ม เป็นต่อ ดริ๊งค์ จัดอยู่ในกลุ่ม Functional Drink ที่มีส่วนผสมของน้ำผลไม้รวม วิตามินและสารสกัดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ขนาดบรรจุ 150 มิลลิลิตร มีทั้งหมด 3 รสชาติ

o เป็นต่อ ดริ๊งค์ รี-เฟรซ (สีเหลือง) ราคา 19 บาท มีส่วนผสมของสารสกัดโสมอเมริกา วิตามินบีรวม ซิงค์ และวิตามินซี 200% ช่วยให้ร่างกายสดชื่น บำรุงสมอง และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ต้านอนุมูลอิสระ
o เป็นต่อ ดริ๊งค์ รี-ซาร์จ (สีแดง) ราคา 19บาท มีส่วนผสมของสารสกัดโกจิเบอร์รี่ วิตามินเอ และวิตามินซี 200% ช่วยให้ร่างกายสดชื่น บำรุงสายตา และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

ต้านอนุมูลอิสระ  

o เป็นต่อ ดริ๊งค์ รี-บูส (สีม่วง) ราคา 25บาท  มีส่วนผสมของสารสกัดลูกพลับ  สารสกัดอาร์ติโชก เบอร์รี่รวม กรดอะมิโน และวิตามินซี 200% ช่วยให้ร่างกายสดชื่น บำรุงตับ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย

เครื่องดื่ม เป็นต่อ ดริ๊งค์ จัดจำหน่ายผ่านร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ทุกสาขา เพื่อให้สะดวกต่อกลุ่มเป้าหมายในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์  และมีกำหนดวางจัดจำหน่ายทั้ง 3รสชาติแล้ววันนี้ โดยส่วนแบ่งทางการตลาดของเครื่องดื่ม Functional Drink  กลุ่มเดียวกันนี้ มียอดขายประมาณ 8,000 ล้านบาทต่อปี โดย เป็นต่อ ดริ๊งค์ ตั้งเป้ายอดขายไตรมาส 3 และ 4ของปีนี้ไว้ 15 ล้านขวด มูลค่า 300 ล้านบาทในปีแรก และตั้งเป้าส่วนแบ่งการตลาด 20% ภายใน 3 ปี มูลค่า 1,500 ล้านบาท