มูลนิธิซอยด๊อกเดินหน้ายุติกระบวนการค้าเนื้อสุนัขในเอเชีย

0
24550

มูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย (ซอยด๊อก) เดินหน้าโครงการยุติการค้าเนื้อสุนัขและแมวในทวีปเอเชียอีกครั้ง หลังชะลอเนื่องจากเหตุโควิด-19 ที่แพร่ระบาดช่วงสองปีที่ผ่านมาพร้อมเปิดตัวแคมเปญใหม่เพื่อผลักดันให้หน่วยงานนานาชาติเข้าร่วมโครงการ

มูลนิธิเพื่อสุนัขในซอยเดินหน้าแคมเปญ The Last Country On Earth เพื่อรณรงค์ให้ทุกประเทศในเอเชียยุติธุรกิจค้าเนื้อสุนัขและแมว โดยต้องการกระตุ้นให้ประเทศที่ยังคงมีการบริโภคเนื้อสุนัขและแมวพิจารณายุติ ด้วยแนวคิดว่าไม่มีใครอยากแปลกแยกและเป็นประเทศสุดท้ายที่ยังคงบริโภคเนื้อสัตว์เลี้ยงที่ซื่อสัตย์

ซอยด๊อกได้ดำเนินการยุติการค้าเนื้อสุนัขในเอเชียมากว่าสิบปีด้วยการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ธุรกิจนี้ในประเทศไทยได้ยุติลงในปี พ.ศ. 2557 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่ประเทศไทยมีกฎหมายพรบ.สวัสดิภาพสัตว์เพื่อคุ้มครองสุนัขและแมวเป็นฉบับแรก จากการดำเนินงานที่ผ่านมามีสุนัขนับพันตัวได้รับการช่วยเหลือและสัตว์ราว 800 ตัวได้เดินทางไปบ้านใหม่ทั่วโลก

มูลนิธิฯ ได้ต่อยอดโครงการด้วยการตั้งเป้าหมายยุติการค้าเนื้อสุนัขและแมวในประเทศเพื่อนบ้านด้วยการกดดันผู้มีอำนาจเพื่อแก้ไขกฎหมายและร่วมมือกับหน่วยงานที่ช่วยเหลือสัตว์ในท้องถิ่นเช่น ARC (Animal Rescue Cambodia) ประเทศกัมพูชาและ ARK119 (Animal Rescue Korea 119) ประเทศเกาหลีใต้เพื่อช่วยกวาดล้างธุรกิจเหล่านี้

ขณะนี้ซอยด๊อกได้ตั้งเป้าหมายเพิ่มที่ประเทศฟิลิปปินส์ซึ่งมีการคร่าชีวิตสุนัขราว 200,000 ตัวอย่างผิดกฎหมายในทุกปี  โดยร่วมมือกับ Animal Kingdom Foundation (AKF) หน่วยงานช่วยเหลือสัตว์ในฟิลิปปินส์ซึ่งทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติฟิลิปปินส์และหน่วยงานระดับประเทศในการผลักดันการบังคับใช้กฎหมายสวัสดิภาพสัตว์โดยเฉพาะเรื่องของการค้าเนื้อสุนัขควบคู่กับการกวาดล้างธุรกิจใต้ดิน บุกจับขบวนการขนส่งสุนัขไปยังโรงฆ่าสัตว์และนำตัวผู้กระทำผิดมารับโทษทางกฎหมาย ธุรกิจค้าเนื้อสุนัขยังคงดำเนินอยู่ในพื้นที่ตอนเหนือที่เกาะลูซอนและตอนใต้ของประเทศที่เกาะมินดาเนา

โครงการ The Last Country on Earth มีเป้าหมายเพื่อยุติการค้าเนื้อสุนัขในเอเชีย โดยแต่ละประเทศจะมีวิธีการดำเนินงานที่แตกต่างกันนับตั้งแต่การสำรวจพื้นที่และบุกช่วยเหลือสุนัข การจัดทำโครงการรณรงค์ทางโซเชียลมีเดีย การร่วมมือกับกลุ่มช่วยเหลือสัตว์ในการกวาดล้างและปิดกิจการค้าเนื้อสุนัข โรงฆ่าสัตว์และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

นายจอห์น ดัลลียส์ ผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิเพื่อสุนัขในซอยกล่าวว่าแผนการของมูลนิธิไม่ใช่เพียงแค่ให้แต่ละประเทศหยุดบริโภคเนื้อสุนัขและแมว แต่ยังต้องการให้มีกฎหมายและสามารถบังคับใช้ได้เช่นเดียวกับประเทศไทย

เพื่อให้เกิดผลกระทบสูงสุด ซอยด๊อกและหน่วยงานพันธมิตรยังเข้าหารือร่วมกับผู้นำระดับประเทศในการผลักดันให้มีกฎหมายรองรับเช่น กระทรวงสาธารณสุข ประเทศเวียดนาม เพื่อส่งเสริมสุขภาพของคนในประเทศโดยชูเรื่องการบริโภคเนื้อสุนัขและแมวมีความเสี่ยงด้านสุขภาพ เช่น โรคพิษสุนัขบ้า รวมถึงอาจทำให้เกิดโรคระบาดใหม่ที่เกิดจากสัตว์ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญเพื่อยกระดับสุขภาวะของประชาชนในประเทศ คุณสามารถลงชื่อเพื่อสนับสนุนโครงการยุติการค้าเนื้อสุนัขที่ฟิลิปปินส์ได้ที่นี่

รายชื่อผู้ร่วมคัดค้านการค้าเนื้อสุนัขจะถูกส่งไปยังรัฐบาลของฟิลิปปินส์เพื่อกดดันให้ประเทศฟิลิปปินส์ยุติกิจการค้าเนื้อสุนัขทุกพื้นที่ในประเทศ

มูลนิธิฯ ต้องการให้ทางการฟิลิปปินส์บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพราะที่ผ่านมายังมีธุรกิจใต้ดินที่แล่เนื้อสุนัขสำหรับบริโภคหลายพันตัวในแต่ละปี

ด้วยการสนับสนุนจากคุณ มูลนิธิฯ จึงสามารถดำเนินการกับผู้นำระดับประเทศให้สนใจแก้ปัญหาการค้าเนื้อสุนัขในประเทศฟิลิปปินส์อย่างจริงจัง เพื่อให้ธุรกิจดังกล่าวหมดสิ้นไปและสามารถลงโทษผู้กระทำผิดตามกฎหมายได้

ด้วยการร่วมแรงกันของภาคประชาชนและการกดดันผู้มีอำนาจ โครงการจึงจะสามารถบรรลุผลสำเร็จได้ สุนัขจำนวนมากจึงจะมีชีวิที่ปลอดภัย

สียงของคุณมีความหมาย โปรดลงชื่อในจดหมายเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในฟิลิปปินส์

https://support.soidog.org/content/help-shut-down-dog-meat-trade

เยี่ยมชมเว็ปไซต์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโครงการยุติการค้าเนื้อสุนัขของมูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย www.soidog.org