สบส. ทบทวนมาตรการกักกันโรคASQ ทุกแห่ง หลังพบหลายแห่งไม่เข้มงวด

0
8885

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เผย สั่งทบทวนมาตรการASQ ทุกแห่ง  และอยู่ระหว่างการพิจารณา จัดประเภทกลุ่มเสี่ยงผู้เดินทางเข้าพัก ความเสี่ยงสูง กลาง ต่ำ เพื่อปรับระดับการควบคุมโรคที่ปลอดภัยและเหมาะสม หากพบ ASQ ใด ไม่สามารถปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยได้ และไม่สามารถ การควบคุมการแพร่เชื้อได้ อาจสั่งเพิกฝกถอนการเข้าร่วมโครงการ ASQ

ที่ศูนย์แถลงข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019  นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ  ระบุว่า สถานที่กักกันแห่งรัฐทางเลือก  หรือ ASQ  ตอนนี้ มีอยู่  13,000 ห้อง ในกรุงเทพมหานคร  โดยมี 131 แห่งที่เข้าร่วม ผ่านการประเมิน 101 แห่ง  และมีไม่ผ่านมาตรฐานตามกำหนด เช่น โครงสร้างทางด้านอาคาร / การจัดบุคลกรสาธาณรสุข ประจำการ / การจัดระบบภายใน ตามมาตรการสาธาณรสุข เช่น ระบบท่อน้ำ การระบายอากาศ / การดูแลความปลอดภัย / การจัด อุปกรณ์ในการป้องกันการแพร่เชื้อ   มีเวชภัณฑ์เบื้องต้น ยาฉุกเฉิน/  มีการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ถูกต้อง เช่น ขยะติดเชื้อ การทำความเข้าใจกับชุมชน / ที่สำคัญ ต้องมีโรงพยาบาล คู่สัญญา ร่วมกับโรงแรม หากพบผู้ป่วยติดเชื้อทางรพ.จะต้องรับเข้ารักษาทันที

ส่วนALQ สถานกักกันในต่างจังหวัด  ตอนนี้ มี21 โรงแรม รวม1,466 ห้อง

ส่วนกรณีที่เกิดเรื่องที่  ASQ สมุทรปราการ นั้น  เบื้องต้น ได้สั่งหยุดการให้บริการชั่วคราว  โดย กระทรวงสาธารณสุข ได้สั่งทบทวนมาตรการเพื่อการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อืกแห่ง   ซึ่งจากการตรวจประเมิน พบในหลายจุดต้องมีการทบทวน เช่น การอนุญาตออกจากห้องมาออกกำลังกาย  /  การเข้าทำความสะอาดห้องพัก /

อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ  ยอมรับ ในหลายแห่งไม่ได้ทำตามมาตรการอย่างเคร่งครัด ซึ่งกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ได้รับมอบหมายจากกระทรวงสาธารณสุข  ให้เข้าไปทำความเข้าใจ ซักซ้อม และเพิ่มความถี่ในการตรวจประเมิน

เบื้องต้น อาจจะมีการจัดกลุ่มกักกันโรค ตามประเภทกลุ่มเสี่ยงที่มีการแพร่ระบาด โดยดูจากสถานการณ์ประเทศต้นทาง  ว่าอยู่ในความเสี่ยงสูง  เสี่ยงกลาง เสี่ยงต่ำหรือไม่ เพื่อจัดรูปแบบการคุมเข้มในสถานกักกันตามระดับความเสี่ยง

ทั้งนี้ ข้อมูลการเดินทางเข้าประเทศและได้เข้าสถานกักกันที่ราชการกำหนด ยอดสะสม รวมตั้งแต่เริ่มเปิดให้กักกันโรค จนถึง วันที่28 ตุลาคม  เข้ากักกันโรค ที่ SQ ( State Quarantine)สถานกักกันโรคแห่งรัฐ สำหรับกักกันผู้ที่เดินทางเข้ามาในประเทศ ยอดสะสม 72,813 ราย เป็นคนไทยทั้งหมด  พบติดเชื้อโควิด-19 ร้อยละ 0.83 รวม 601 ราย / เข้ากักกันโรค ที่ ASQ (Alternative State Quarantine)สถานกักกันโรคแห่งรัฐทางเลือก สำหรับกักกันผู้ที่เดินทางเข้ามาในประเทศ โดยผู้กักกันออกค่าใช้จ่ายเอง

ยอดสะสม รวม  25,113 ราย เป็นต่างชาติ98 ราย คนไทย 7 ราย  พบติดเชื้อ ร้อยละ0.42 รวม 102 ราย /เข้ากักกันโรค  LQ( Local Quarantine )สถานกักกันโรคท้องที่ สำหรับกักกันผู้ที่เดินทางข้ามจังหวัด ยอดสะสม 31,470 ราย เป็นต่างชาติ2 ราย คนไทย80 ราย พบผู้ติดเชื้อ ร้อยละ0.26 รวม82 ราย.

ส่วนการพบว่า  ASQ แห่งไหน ไม่ปฏิบัติตามมาตรการ  เบื้องต้น จะสั่งให้มีการปรับปรุงจุดอ่อนที่ไม่เข้มงวด และมีการตรวจประเมิน / รวมถึงสั่งให้ระงับการเข้าพัก / ส่วนจุดในASQ  พิจารณาแล้วว่า ไม่ปลอดภัย รุนแรงต่อการแพร่เชื้อ อาจจะสั่งถอนการเข้าร่วมโครงการ

นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุว่า วันนี้ มีผู้ป่วยติดเชื้อ เพิ่ม13 ราย โดยทุกรายตรวจพบขณะเข้าสู่สถานกักกันฯ

ขณะที่ สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ทั่วโลกยังคงมีแนวโน้มที่รุนแรงพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในกลุ่มประเทศฝั่งยุโรป อย่างฝรั่งเศส สเปน รัสเซีย โปแลนด์ พบการระบาดระลอก2รุนแรงกว่าระบาดระลอกแรก พบข้อมูลในหลายประเทศมีมาตรการที่ผ่อนปรนมากขึ้นเพื่อให้คนในประเทศสามารถใช้ชีวิต ดำเนินกิจกรรมต่าฃๆได้ แม้จะมีการระบาดของโควิด-19 อยู่  แต่หากพบการคิดเชื้อเพิ่มขึ้นรุนแรงจนระบบสาธารณสุขไม่อาจรองรับได้จึงจะมีการปรับเปลี่ยนมาตการในประเทศ

ส่วนของสถานการณ์ในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านสำหรับประเทศไทยยังต้องจับตาเฝ้าระวังพื้นที่ช่ยแดนไทย -มาเลเซีย ซึ่งพบในประเทศมาเลเซียยังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทขณะที่ชายแดนไทย-เมียนมา  ยังต้องเฝ้าระวังเช่นกันแม้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในเมียนมาชะลอตัวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ตาม / ทำให้การเปิดประเทศ ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย

ทั้งนี้การสอบสวนโรคกรณีผู้ติดเชื้อชาวฝรั่งเศสที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฏ์ธานีขณะนี้สามารถติดตามผู้เกี่ยวข้องสัมพัสเสี่ยงสูงได้เกือบครบทั้งหมด คือในครอบครัว 2 ราย ในชุมชนที่พักข้างเคียง 30 ราย ผู้ร่วมเดินทางในเที่ยวบิน12 ราย เบื้องต้นผลตรวจครั้งแรกผลเป็นลบ ยังต้องรอติดตามดูอาการจนกว่าจะครบ14 วัน  ทั้งนี้ยังมีเพียง 2 รายที่ยังอยู่ระหว่างการติดตามคือพนักงานขับรถแท็กซี่ที่รับผู้ป่วยจาก  ASQ เดินทางไปยังสถานทูตและเดินทางไปสนามบิน