หมูถูกทั่วไทย…จากความห่วงใยของเกษตรกร

0
7347

กิจกรรม “เนื้อหมู…สู้โควิด” ที่คนเลี้ยงหมูทั่วไทยพร้อมใจกันส่งตรงเนื้อหมูสดจากฟาร์มเลี้ยงถึงมือผู้บริโภค โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ที่จะจัดขึ้นพร้อมกันทุกภูมิภาค ครอบคลุม 77 จังหวัด ในวันที่ 7 สิงหาคม ที่จะถึงนี้ เป็นอีกหนึ่งความห่วงใยจากใจ “เกษตรกร” เพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้กับผู้บริโภค

ซึ่งเป็นมาตรการต่อเนื่อง ที่เกษตรกรได้ให้ความร่วมมือกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ในการร่วมดูแลค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการตรึงราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มไม่ให้เกิน 80 บาทต่อกิโลกรัม ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เพื่อให้เนื้อหมูที่ออกจากโรงชำแหละมีราคาไม่เกิน 94-95 บาทต่อกิโลกรัม และปลายทางราคาขายปลีกหน้าเขียงที่ผู้บริโภคจับจ่ายไม่ควรเกิน 150-160 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งถือเป็นราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ความร่วมมือของภาคผู้เลี้ยงนี้ เป็นความตั้งใจของทุกคนเพื่อไม่ให้ผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อนจากภาวะราคาหมูในห้วงเวลาที่ชาวไทยกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤติโควิด-19 ถึงแม้ว่าในช่วงเวลากว่า 3 ปีที่ผ่านมา เกษตรกรจะต้องพบกับวิกฤติราคาหมูตกต่ำอย่างต่อเนื่อง มาตั้งแต่ปี 2560 ที่แม้ไม่มีคายื่นมือเข้ามาช่วย แต่พวกเขาก็พยายามหาทางแก้ปัญหาด้วยตัวเอง บางคนพอมีรายได้อื่นเสริมช่วยประคับประคองก็ผ่านช่วงเวลาอันยากลำบากมาได้ แต่บางคนที่รับภาระขาดทุนไม่ได้ต้องม้วนเสื่อจบอาชีพไปก็มาก

ยิ่งมีปัญหา “โรคแอฟริกันสไวน์ฟีเวอร์” หรือ ASF ที่ระบาดอย่างหนักและสร้างความเสียหายให้กับอุตสาหกรรมหมูหลายประเทศในเอเชีย ทั้งจีน เวียดนาม เมียนมา กัมพูชา ก็ยิ่งสร้างความวิตกกังวลให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยง ทำให้หลายคนตัดสินใจเลิกอาชีพเพื่อหนีความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น จากทั้งสองประเด็นนี้ พบว่ามีเกษตรกรต้องเลิกเลี้ยงหมูไปมากถึง 20% จากเกษตรกรทั้งหมด 200,000 กว่าราย

โชคดีที่ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคผู้เลี้ยงทั่วประเทศ ต่างตระหนักถึงความสำคัญของการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคนี้ไม่ให้แพร่ระบาดเข้ามาสร้างความเสียหายให้กับอุตสาหกรรมหมูไทยได้ ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคนี้ที่ยังคงสถานะ “ปลอดโรค ASF” ไว้ได้จนถึงปัจจุบัน ซึ่งไม่เพียงเป็นการป้องกันอาชีพของพวกเขาเท่านั้น แต่ยังเป็นการปกป้องคนไทยไม่ให้เผชิญปัญหาราคาปรับเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว จากการขาดแคลนหมูอย่างหนักจากภาวะโรคที่ระบาดอย่างหนัก อย่างในหลายประเทศที่ราคาเนื้อหมูพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ เช่น จีนราคาขึ้นไป 300-350 บาทต่อกิโลกรัม เวียดนาม 250 บาทต่อกิโลกรัม เมียนมาราคา 200 กว่าบาทต่อกิโลกรัม

ในขณะที่ประเทศไทย ราคาหมูยังคงถูกที่สุดในภูมิภาคนี้ ราคาหมูหน้าฟาร์มที่ 79-80 บาทต่อกิโลกรัม ในปัจจุบัน ก็ถือเป็นระดับราคาที่ทำให้เกษตรกรพอมีรายได้ ชดเชยการขาดทุนในช่วงที่ผ่านมา และเหลือไว้ต่อทุนเพื่อเลี้ยงหมูในรุ่นถัดไปเท่านั้น ไม่ได้ทำให้มีกำไรจนลืมตาอ้าปากได้อย่างที่บางคนเข้าใจ เพราะต้นทุนการผลิตปัจจุบันก็พุ่งขึ้นไปถึงกิโลกรัมละ 71 บาทแล้ว และยังต้องมีต้นทุนการเลี้ยงเพิ่มขึ้นถึง 100-200 บาทต่อตัว จากมาตรการป้องกัน ASF แต่ทุกคนก็พร้อมดำเนินการตามมาตรการทั้งหมดที่ภาครัฐแนะนำ

วันนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงแสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขาพร้อมที่จะอยู่ข้างประชาชน พร้อมจะช่วยดูแลค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง ขอเพียงความเข้าใจว่าราคาหมูขณะนี้เป็นไปตามกลไกตลาดจากความต้องการที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากกิจการต่างๆเปิดทำการแล้ว ขณะที่คนเลี้ยงหมูมีอาชีพเดียวไม่สามารถเปลี่ยนไปทำอาชีพอื่นได้ แต่ผู้บริโภคมีทางเลือกมากมายในการจับจ่ายซื้อหาอาหาร ทั้งหมูถูกในกิจกรรม “เนื้อหมู…สู้โควิด” ที่ชาวหมูจัดขึ้น และยังเลือกทานเนื้อไก่ที่ราคาไม่แพง ไข่ไก่ที่เป็นโปรตีนราคาประหยัด กุ้งที่เกษตรกรยังคงผลิตป้อนตลาดอย่างต่อเนื่อง หรือแม้แต่ปลาและสัตว์น้ำต่างๆที่มีให้เลือกมากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูกาลนี้

นอกจากนี้ ยังมีโครงการ “พาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชน” ขายหมูราคาพิเศษกิโลกรัมละ130 บาท เพื่อให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อในหลายช่องทาง ทั้งตลาดสด และห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ ทั้งแม็คโคร, เทสโก้ โลตัส, บิ๊กซี, เดอะมอลล์, วิลล่ามาร์เก็ต, ฟู้ดแลนด์, ท็อปส์, แม๊กซ์ แวลู รวมถึงห้างซุปเปอร์ชีป ในพื้นที่ภาคใต้หลาย เชื่อว่ากิจกรรมต่างๆจะช่วยให้สถานการณ์ราคาหมูกลับมาปกติ และช่วยลดความเดือดร้อนให้กับผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ที่เหลือก็เพียงความเข้าใจที่มีต่อสถานการณ์นี้และปล่อยให้ทุกอย่างเป็นตามกลไกเท่านั้น