เกษตรฯ ขานรับ EUDR Kick Off ซื้อ-ขายยางตรวจสอบย้อนกลับผลผลิต ผ่านแพลตฟอร์ม Thai Rubber Trade

0
55589

กระทรวงเกษตรฯ ขานรับกฎ EUDR จัด Kick Off ซื้อ-ขายยางตรวจสอบย้อนกลับผลผลิต ผ่านแพลตฟอร์ม Thai Rubber Trade ของการยางแห่งประเทศไทย พร้อมเดินหน้าสร้างเสถียรภาพยางพาราไทยให้แข็งแกร่งตลอดห่วงโซ่

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการ Ready for EUDR in Thailand : RAOT พร้อมก้าวสู่มาตรฐานสากล พร้อม Kick Off ซื้อขายยางตรวจสอบย้อนกลับผลผลิตได้ โดยวิธีประมูลผ่านระบบดิจิทัล Thai Rubber Trade (TRT) โดยมีนายประยูร อินสกุลปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม โรงแรมบรรจงบุรีจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่ง TRD ป็นแพลตฟอร์มของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) สำหรับใช้ซื้อขายประมูลยาง แสดงถึงความพร้อมของยางพาราไทยด้านการจัดการระบบข้อมูลที่รองรับกฎระเบียบ EU Deforestation-free Products Regulation (EUDR) ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยระบบ TRT จะแสดงรายละเอียดยางที่ซื้อขายอย่างชัดเจน เนื่องจากมีการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลผลผลิตยางของสมาชิกแต่ละรายอย่างเป็นระบบ จึงสามารถตรวจสอบย้อนกลับที่มาของยางได้ทุกล๊อต พร้อมนำเทคโนโลยี Block chain มาใช้ในการทำธุรกรรมเพื่อเพิ่มความโปร่งใส แม่นยำ มีความน่าเชื่อถือในการตรวจสอบ

สำหรับการประเดิมซื้อขายยางที่ตรวจสอบย้อนกลับผลผลิตได้ในครั้งนี้ มีเอกชนให้ความสนใจเข้าเสนอราคาประมูล โดยราคาประมูลวันนี้พุ่งสูงถึง 94.01 บาท/กก. รวมมูลค่ากว่า 41.2 ล้านบาท โดยยางที่ผู้ประกอบการเอกชนซื้อจะถูกนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ยางพาราจำหน่ายในตลาดโลกต่อไป ทั้งนี้ ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรฯ โดย กยท. ได้เตรียมความพร้อมรองรับกฎระเบียบ EUDR ไว้แล้ว โดยการจัดเก็บข้อมูลทะเบียนเกษตรกรอย่างเป็นระบบ จึงสามารถระบุและแยกแยะพื้นที่สวนยาง รวมถึงทราบได้ว่าผลผลิตยางจากสถาบันเกษตรกรที่นำมาขายผ่านตลาดกลาง กยท. มาจากสวนยางของสมาชิกรายใด จึงสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ 100%

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญในการส่งเสริมเกษตรกรไทยก้าวสู่วิถีเกษตรยั่งยืน ด้วยการจัดการทรัพยากรการเกษตร ทำการเกษตรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Go Green) ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายหลัก จึงผลักดันให้เกษตรกรผู้ปลูกยางพาราและผู้ประกอบกิจการยางพาราไทยมีการจัดการข้อมูลยาง เพื่อให้เป็นไปตามกฎระเบียบ EUDR ของสหภาพยุโรป (EU) และมาตรฐานระดับสากลต่าง ๆ โดยกระทรวงเกษตรฯ ได้ผลักดันโฉนดเพื่อการเกษตรในพื้นที่ ส..ก. ที่เป็นพื้นที่สวนยาง กว่า 9.2 ล้านไร่ ให้พี่น้องชาวสวนยางมีสิทธในพื้นที่ทำกินที่ถูกต้อง เป็นไปตามกฎหมายของไทย และกฎระเบียบ EUDR พร้อมกับการออกโฉนดต้นไม้ยาง เพื่อรับรองการมีอยู่ของต้นยางพาราในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อเป็นการขยายโอกาสแก่เกษตรกรให้เข้าถึงพื้นที่ทำกิน สามารถแปลงทรัพย์สินให้เป็นทุนสำหรับประกอบอาชีพการทำสวนยาง รวมถึงกิจกรรมอื่น ๆ อาทิ การทำคาร์บอนเครดิตในสวนยาง นำไปสู่การเพิ่มมูลค่าผลผลิตยาง และเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร บรรลุเป้าหมายทำเกษตรยั่งยืนที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสังคมตลอดจนเกิดการยกระดับพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมยางพาราของไทยให้มีความแข็งแกร่ง เป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยมุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าเกษตรให้มีมูลค่าสูง ควบคู่ไปกับการพัฒนาทรัพยากรเกษตรให้ยั่งยืน” ร้อยเอก ธรรมนัส กล่าว

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการร่วมลงนามแสดงเจตจำนงความร่วมมือ (MOU) การขับเคลื่อนสินค้ายางพาราตามกฎระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR) ของประเทศไทย ระหว่างภาครัฐ สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง และผู้ประกอบกิจการยาง แสดงให้เห็นว่าทุกภาคส่วนให้ความสำคัญและเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ Ready for EUDR in Thailand : RAOT พร้อมก้าวสู่มาตรฐานสากล เพื่อให้เกิดการพัฒนาการจัดการระบบยางอย่างยั่งยืน เพิ่มมูลค่าและพัฒนาธุรกิจผลผลิตยาง ตลอดจนอุตสาหกรรมด้านยางพาราอย่างครบวงจร เป็นการปูรากฐานไทยก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้านการผลิตและส่งออกยางพาราที่มีคุณภาพในระยะยาว


ด้าน
นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เชื่อมั่นว่าการดำเนินมาตรการเชิงรุกที่มุ่งผลักดันระบบการจัดการข้อมูลยางพาราไทยภายใต้กฎระเบียบ EUDR และมาตรฐานสากลอื่น ๆ ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมของโลก จะเกิดผลดีทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เกิดประโยชน์กับผู้ที่เกี่ยวข้องกับวงการยางพาราทุกภาคส่วน โดยเฉพาะสร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกรชาวสวนยางไทย นำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดี ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ เกษตรกรต้องอยู่ดี สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ทรัพยากรเกษตรยั่งยืน

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารการยางแห่งประเทศไทย เข้าร่วมหารือกับผู้ประกอบการยางพารา ถึงแนวทางในการพัฒนาศักยภาพการผลิตในอุตสาหกรรมยางเพื่อเพิ่มมูลค่ายางพาราไทย พร้อมก้าวสู่การเป็นประเทศผู้นำในตลาดโลก