“เฉลิมชัย”เตรียมชง ครม.ตั้งผู้แทนเกษตรกร /ภาครัฐ/เอกชน นั่งบอร์ดกองทุนฟื้นฟูฯมั่นใจปลดหนี้เกษตรกร5แสนราย

“รมว.เกษตรฯเตรียมเสนอครม. แต่งตั้งผู้แทนเกษตรกร ผู้แทนภาครัฐ เอกชน เป็นบอร์ดกองทุนฟื้นฟูฯเดินหน้าซื้อหนี้เกษตรกรมาฟื้นฟูอาชีพ มั่นใจปลดหนี้เกษตรกร5แสนราย มูลหนี้8.9หมื่นล้านบาท”

0
957

“เฉลิมชัย”เตรียมชง ครม.ตั้งผู้แทนเกษตรกร /ภาครัฐ/เอกชน นั่งบอร์ดกองทุนฟื้นฟูฯ มั่นใจปลดหนี้เกษตรกร5แสนราย

เมื่อวันที่ 31ส.ค.นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯและประธานคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) เฉพาะกิจ เปิดเผยว่าได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งผู้แทนเกษตรกรเป็นกรรมการในกฟก. แล้ว หลังจากที่มีการเลือกตั้งใน 4 ภูมิภาค ส่วนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้นำรายชื่อเสนอนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอ ครม.ให้เห็นชอบและแต่งตั้งต่อไป ทั้งนี้เป็นไปตามข้อกฎหมายที่จะต้องเสนอแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิให้แล้วเสร็จในห้วงเวลาเดียวกับการแต่งตั้งกรรมการผู้แทนเกษตรกรเพื่อให้มีคณะกรรมการกฟก. ครบทั้ง 3 ส่วนคือ กรรมการโดยตำแหน่ง 10 คน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 11 คน และผู้แทนเกษตรกร 20 คน เพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อนการบริหารงานกฟก. ให้เป็นไปตามพ.ร.บ. กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ. 2552

ทั้งนี้คณะกรรมการกฟก. ผู้ทรงคุณวุฒิประกอบด้วยผู้แทนจากภาคราชการ 5 คน และจากภาคเอกชน 6 คน ซึ่งหากครม. เห็นชอบแต่งตั้งแล้วจะทำให้คณะกรรมการกฟก. เฉพาะกิจจะยุติการปฏิบัติงานตามมติครม. เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 จากนั้นคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องตามพ.ร.บ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรชุดใหม่ได้แก่ คณะกรรมการกฟก. คณะกรรมการบริหารกฟก. และคณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกรดำเนินการตามภารกิจปกติต่อไปได้

นายเฉลิมชัย กล่าวต่อว่า ได้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนทันทีที่ดำรงตำแหน่งรมว. เกษตรฯ เนื่องจากเห็นว่า ปัญหาหนี้สินของเกษตรกรกว่า5แสนราย เป็นสมาชิกกฟก.ที่ค้างคามาเนิ่นนานทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรแย่ลง ช่วงระหว่างที่เป็นสุญญากาศ ไม่มีคณะกรรมการกฟก.พิจารณาซื้อหนี้มาเข้ากองทุนฟื้นฟูฯ ส่งผลเกษตรกรสมาชิกกฟก. หลายรายที่ถูกสถาบันการเงินเจ้าหนี้ยึดทรัพย์ ขายทอดตลาด เสียที่ดินทำกินไป ซึ่งตนได้มอบหมายนายธนา ชีรวินิจ เลขานุการรมว. เกษตรฯ เจรจากับสถาบันการเงินเจ้าหนี้ให้ยืดระยะเวลาบังคับคดีออกไปจนถึงสิ้นเดือนธันวาคม 2562 ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดี จากนั้นจึงดำเนินการให้มีคณะกรรมการกฟก. ชุดใหม่ขึ้นมาเร่งแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกรโดยเร็วที่สุด

“ตามพ.ร.บ. กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรยังกำหนดว่า เมื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรแล้ว ไม่ว่า จะเป็นการเจรจาปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับสถาบันการเงินเจ้าหนี้ การซื้อหนี้จากเจ้าหนี้เดิมมาบริหารจัดการ โดยให้สมาชิกกฟก. ผ่อนชำระกับกฟก. ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าแล้ว ยังจำเป็นต้องให้เกษตรกรเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูอาชีพ โดยกรรมการกฟก. ต้องเข้าไปส่งเสริมอาชีพแก่สมาชิกฟก. เพื่อให้มีรายได้สามารถผ่อนชำระหนี้สิน เลี้ยงตัวและครอบครัวได้ ซึ่งจะทำให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” นายเฉลิมชัย กล่าว

สำหรับตัวแทนเกษตรกรเป็นคณะกรรมการกฟก.จำนวน20คนประกอบด้วยภูมิภาคที่หนึ่ง ท้องที่จังหวัดภาคเหนือ นายสิทธัญ วงค์ปั๋น นายประสิทธิ์ บัวทอง นายสมศักดิ์ โยอินชัย นายไชยกร แย้มปั้น นายนิเทศน์ คำเป็ก ภูมิภาคที่สอง ท้องที่จังหวัดภาคกลาง นายยศวัจน์ ชัยวัฒนสิริกุล นายกิตติพล ตะพานแก้ว นางนิสา คุ้มกอง นายนพรัตน์ เผ่าวัฒน์ชัย ภูมิภาคที่สาม ท้องที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายปิยะมงคล สิงห์กลาง นายประจักษ์ บุญกาพิมพ์ นายกิตติกร เชิดชู นายสำเริง ปานชาติ นายถวิล ตรีวรปรัชญ์ นายนวคม เสนา นายจารึก บุญพิมพ์ ภูมิภาคที่สี่ ท้องที่จังหวัดภาคใต้ นายสมบูรณ์ จิตรเพ็ญ นายสาฝีอี โต๊ะบู นางพจมาน สุขอำไพจิตร นายดรณ์ พุมมาลี

ในส่วนกรรมการผู้ทรงวุฒิในคณะกรรมการกฟก.จำนวน11ราย ประกอบด้วยผู้ทรงวุฒิ ภาคราชการ 5คน ภาคเอกชน 6คน เช่นนายครรชิต สุขเสถียร นางกุลฤดี พัฒนะอิ่ม นายสุจิโรจน์ คงเมือง นายสยาม นนท์คำจันทร์ นายวิเชียร บุตรศรี และภาคเอกชน นายนำชัย พรหมมีชัย นายเวชสิทธิ์ วิริยะภาค นายสถิตย์พงษ์ สุดชูเกียรติ นายสมพาศ นิลพันธ์ นายสุรัชต์ ธวัชโยธิน นายภาคภูมิ ปุผมาศ

ทั้งนี้กองทุนฟื้นฟูฯได้ขึ้นทะเบียนหนี้เกษตรกร ผ่านโครงการส่งเสริมของรัฐ  ธ.ก.ส. ธนาคารพาณิชย์ สหกรณ์การเกษตร รวม 520,052 ราย  ยอดหนี้ 89,377 ล้านบาท แบ่งเป็นหนี้ล้มละลาย 47 ราย มูลหนี้ 245 ล้านบาท  ปัญหาหนี้ NPL จำนวน 2,376 ราย ยอดหนี้  1,171 ล้านบาท  สำหรับหนี้ชำระปกติ 258,945 ราย มูลหนี้ 36,686 ล้านบาท

ขณะนี้ กฟก.ได้แก้ปัญหาหนี้เกษตรกรทั่วประเทศผ่านสถาบันเจ้าหนี้ ทั้ง ธ.ก.ส. ธนาคารพาณิชย์ สหกรณ์ นิติบุคคล ยอดรวม 29,241 ราย ยอดหนี้ 6,097 ล้านบาท และยังได้ช่วยรักษาที่ดินของเกษตรกรทั่วประเทศ เพื่อโอนหลักประกันมายัง กฟก. จากเจ้าหนี้ 21,234 แปลง เนื้อที่ 154,334 ไร่  และได้โอนหลักประกันที่ชำระแล้วคืนไปยังเกษตรกร จำนวน 4,603 แปลง เนื้อที่ 36,010 ไร่  และได้ติดตามภาระหนี้คืนจากเกษตรกร 1,429 ล้านบาท ปัจจุบันอนุมัติเงินช่วยเหลือองค์กรเกษตรกรและพัฒนาอาชีพในปี 61 ทั้งการอุดหนุนและการให้กู้ยืม 10,454 โครงการ จำนวนเกษตรกร 494,897 ราย รวมเงินช่วยเหลือ 855.6 ล้านบาท