“โนอึล” ส่งผลดี กรมชลฯเร่งเก็บน้ำสำรองใช้แล้งหน้า

0
7754

จากอิทธิพลของพายุโซร้อน “โนอึล” ที่เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทย ในช่วงวันที่ 18-21 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีฝนตกกระจายในพื้นที่อีสานกลางทั้ง 5 จังหวัด (ขอนแก่น, มหาสารคาม, กาฬสินธิ์, ร้อยเอ็ด และชัยภูมิ) วัดปริมาณฝนตกสะสมสูงสุดเฉลี่ยประมาณ 170 มิลลิเมตร(มม.) ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่คาดการณ์ไว้ประมาณร้อยละ 50 แต่ยังคงส่งผลดีทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากอิทธิพลของพายุ “โนอึล” ส่งผลทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่ภาคอีสานกลางเพิ่มมากขึ้น อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 3 แห่ง มีน้ำไหลเข้าสะสม ดังนี้ เขื่อนจุฬาภรณ์ จังหวัดชัยภูมิ 24 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ 28 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น 27 ล้าน ลบ.ม. ส่วนอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 69 แห่ง มีปริมาณน้ำไหลเข้าสะสมรวมกันประมาณ 75 ล้าน ลบ.ม. รวมปริมาณน้ำไหลลงอ่างขนาดใหญ่และนาดกลางประมาณ 154 ล้าน ลบ.ม.  คาดการณ์ว่าภายในสัปดาห์นี้จะมีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำรวมกันประมาณ 200-300 ล้าน ลบ.ม.

สำหรับเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น คาดการณ์ว่าพายุ “โนอึล” จะทำให้มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯประมาณ 100-150 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันมีน้ำไหลลงอ่างฯสะสมประมาณ 27 ล้าน ลบ.ม. และยังมีน้ำที่ล้นตลิ่งอยู่บริเวณต้นลำน้ำพองที่บ้านผานกเค้า อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ไหลลงมาเพิ่มอีก คาดว่าจะใช้เวลา 3-7 วันน้ำจะเดินทางมาถึงเขื่อนอุบลรัตน์ ซึ่งจะส่งผลให้น้ำใช้การของเขื่อนอุบลรัตน์เพิ่มขึ้น

ด้านผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่ต่างๆ นั้น พบว่าพายุ โนอึล ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำในพื้นที่จังหวัดต่างๆ อาทิ จังหวัดชัยภูมิบริเวณลุ่มน้ำชีตอนบน ลุ่มน้ำลำปะทาว และท้ายอ่างเก็บน้ำลำคันฉู พื้นที่ลุ่มต่ำลำน้ำเชิญ ในเขตอำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น และพื้นที่ลุ่มต่ำลำน้ำยัง ในเขตอำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด มีน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ ทำให้พื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมขังรวมประมาณ 13,400 ไร่ สำนักงานชลประทานที่ 6 ได้เร่งให้ความช่วยเหลือโดยการนำเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องสูบน้ำ และเครื่องผลักดันน้ำเข้าไปติดตั้งเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ต่างๆแล้ว นอกจากนี้ ยังได้บริหารจัดการน้ำโดยใช้อาคารชลประทานเพื่อกักเก็บและระบายน้ำผันเข้าไปเก็บกักไว้ในแก้มลิงและแหล่งน้ำธรรมชาติสำรองไว้ใช้ฤดูแล้งหน้าที่กำลังจะมาถึงอย่างไรก็ตาม หากไม่มีฝนตกหนักลงมาเพิ่มเติม สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำต่างๆ จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติภายใน 3-4 วันนี้

กรมชลประทน โดยสำนักงานชลประทานที่ 6 ได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง โดยได้วางระบบการบริหารจัดการลุ่มน้ำชี-มูล แบบอัจฉริยะ แจ้งเตือนภัยทันทีที่เกิดวิกฤต รวมถึงได้บูรณาการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที