ไทย – ออสเตรเลีย ร่วมประกาศความสำเร็จการส่งออกสินค้าเนื้อเป็ดปรุงสุกไทยและอะโวกาโดพันธุ์ Hass ออสเตรเลีย

0
34778

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2566 สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชและมาตรฐานอาหาร (SPS Expert Group) ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี ไทย – ออสเตรเลีย ครั้งที่ 19 ณ โรงแรมอมารี พัทยา จังหวัดชลบุรี และผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยมีนายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมด้วยนางสาวรวินันท์ ฉ่ำเฉลิม ผู้อำนวยการกองนโยบายมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น กรมวิชาการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง มกอช. สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงแคนเบอร์รา และสำนักการเกษตรต่างประเทศ โดยในการประชุมครั้งนี้ ประธานร่วมฝ่ายออสเตรเลีย นาย Matthew Koval, First Assistant Secretary, Trade and International Division กระทรวงเกษตร ประมง และป่าไม้เครือรัฐออสเตรเลีย (DAFF) พร้อมผู้แทน ได้เดินทางเข้าร่วมการประชุมแบบ face-to-face ครั้งแรกในรอบ 4 ปี นับตั้งแต่สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ในการประชุม SPS Expert Group ครั้งที่ 19 นี้ ไทยและออสเตรเลียได้ร่วมประกาศความสำเร็จในการเปิดตลาดเนื้อเป็ดปรุงสุกจากไทย และอะโวกาโดพันธุ์ Hass จากรัฐ Western Australia ซึ่งเป็นผลงานชิ้นสำคัญจากการดำเนินงานอย่างบูรณการร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องของไทยและออสเตรเลีย ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด รวมถึงความเข้าใจร่วมกันในกฎระเบียบและมาตรการด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช ผ่านการหารือที่มีประสิทธิภาพทั้งในระดับนโยบายและทางเทคนิคอย่างต่อเนื่องภายใต้กลไกของคณะ SPS Expert Group

ผลสำเร็จของการเจรจาเปิดตลาดเนื้อเป็ดปรุงสุกจากไทยในครั้งนี้ นอกจากจะขยายทางเลือกตลาดส่งออกให้แก่ภาคอุตสาหกรรมสัตว์ปีกของไทย และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจในภาพรวมแล้ว ยังช่วยยกระดับความเชื่อมั่นของประเทศคู่ค้าในคุณภาพและมาตรฐานด้านความปลอดภัยอาหารของสินค้าไทย เนื่องจากออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีมาตรการนำเข้าที่เข้มงวด โดยสินค้าเนื้อเป็ดปรุงสุกของไทย กำลังเป็นที่ต้องการในตลาดออสเตรเลีย โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหาร และห้างร้านขายปลีก เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ รสชาติดี และสามารถอุ่นพร้อมรับประทานได้ทันที ทั้งนี้ คาดการณ์ว่า ไทยจะสามารถส่งออกสินค้าดังกล่าวไปออสเตรเลียได้ประมาณ 1,200 ตัน ต่อปี มูลค่า 400 ล้านบาท

ในโอกาสนี้ ที่ประชุมได้หารือความก้าวหน้าของการพิจารณาจัดทำความเท่าเทียมห้องปฏิบัติการตรวจโรคไวรัสในกุ้งของไทย ซึ่งหากสำเร็จ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและอำนวยความสะดวกในการส่งออก การแลกเปลี่ยนใบรับรองสุขอนามัยพืชอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างกัน การจัดทำความร่วมมือด้านหอยสองฝา และการจัดการความเสี่ยงทางชีวภาพสำหรับการขนส่งสินค้า นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือการดำเนินงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดและเป็นรูปธรรมในกรอบความตกลงต่างๆ ระดับพหุภาคี เช่น Codex และ APEC ซึ่งทั้งไทยและออสเตรเลียต่างมีบทบาทที่สำคัญ

นอกจากนี้ มกอช. ในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุม ยังได้จัดกิจกรรมเลี้ยงรับรองคณะผู้แทนไทยและออสเตรเลีย เพื่อฉลองความสำเร็จการเปิดตลาดเนื้อเป็ดปรุงสุกไทยและอะโวกาโดออสเตรเลีย โดยประธานร่วมของทั้งสองฝ่าย พร้อมด้วย ผอ. กนม. และรักษาการณ์เอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย ได้ร่วมสาธิตวิธีการทำสลัดอกเป็ดรมควันและ avocado on toast และแนะนำการนำวัตถุดิบดังกล่าวไปใช้ประกอบเป็นเมนูอาหารต่างๆ ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นอย่างดี โดยกิจกรรมในครั้งนี้ได้กระชับความสัมพันธ์และการหารือที่ใกล้ชิดระหว่างภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อันจะนำไปสู่การดำเนินงานร่วมกันที่ราบรื่นต่อไป

กิจกรรมนี้ ได้รับการสนับสนุนจากผู้ประกอบการเป็ดปรุงสุกของไทยในการจัดแสดงสินค้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพการผลิตและเมนูต่างๆ ที่สามารถใช้เป็ดมาประกอบอาหารได้อย่างหลากหลาย และพร้อมรับประทานได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะเป็น ไส้กรอกเป็ด อกเป็ดรมควัน เป็ดพะโล้ เป็ดย่าง แกงเผ็ดเป็ดย่าง เป็ดปักกิ่ง เป็นต้น นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย ยังได้ร่วมจัดโชว์สินค้าอะโวกาโดพันธ์ Hass ที่นำเข้ามาจากออสเตรเลีย shipment แรก อีกด้วย