กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดงานสรุปผลการรู้เท่าทันและเฝ้าระวังสื่อ ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด“รู้จัก รู้ใช้ รู้ทัน รู้รอบสื่อ AI” เพื่อการขับเคลื่อนสังคม เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้สื่อ AI อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย รวมถึงการรับฟังและแบ่งปันมุมมองในการรู้เท่าทันสื่อและนำไปสู่การสร้างสรรค์สื่อที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม
โดย ดร.สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน ประธานอนุกรรมการเกี่ยวกับการเฝ้าระวังสื่อที่ไม่ปลอดภัยและไม่สร้างสรรค์ เปิดเผยว่า นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนภารกิจของ คณะอนุกรรมการเกี่ยวกับการเฝ้าระวังสื่อที่ไม่ปลอดภัยและไม่สร้างสรรค์ ที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เข้ามามีบทบาทอย่างรวดเร็วและลึกซึ้งต่อการใช้ชีวิตประจำวัน “สื่อ” จึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือในการสื่อสารอีกต่อไป แต่กลายเป็นพลังสำคัญที่กำหนดทิศทางความคิด ความเชื่อ และพฤติกรรมของสังคม ดังนั้น ความสามารถในการรู้เท่าทัน แยกแยะ และใช้สื่ออย่างรับผิดชอบ จึงเป็นทักษะสำคัญที่เราทุกคนควรมี โดยเฉพาะเด็ก เยาวชน และกลุ่มเปราะบางในสังคม
คณะอนุกรรมการเกี่ยวกับการเฝ้าระวังสื่อที่ไม่ปลอดภัยและไม่สร้างสรรค์ มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อและพัฒนาแนวทางการเฝ้าระวังสื่ออย่างต่อเนื่อง ในปี 2567 ที่ผ่านมา ได้จัดกิจกรรม เสวนาสัญจรทั้ง 5 ภูมิภาค เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และขับเคลื่อนสังคมแห่งการรู้เท่าทันสื่อ ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดียิ่งจากภาคีเครือข่ายหลากหลายภาคส่วน และในปี 2568 นี้ ได้ต่อยอดภารกิจดังกล่าว ด้วยการจัด งานเสวนาสัญจรเกี่ยวกับการส่งเสริมการรู้เท่าทันและเฝ้าระวังสื่อ 5 ภูมิภาค ระยะที่ 2 ภายใต้แนวคิด “รู้จัก รู้ใช้ รู้ทัน รู้รอบสื่อ AI” เพื่อการขับเคลื่อนสังคม เพื่อให้ประชาชนสามารถรู้เท่าทันต่อ การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่เข้ามามีบทบาททั้งในเชิงบวกและในรูปแบบที่อาจสร้างความเข้าใจผิด
ในกิจกรรมสัญจรได้มุ่งเน้นการเผยแพร่ความรู้ พร้อมยังเป็นเวทีสำคัญในการ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวบรวมข้อเสนอแนะ และสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไป จึงได้ข้อมูลสำคัญเชิงลึก สะท้อนความสำคัญของการใช้ AI ในชีวิตประจำวัน ทั้งด้านการศึกษา การทำงาน และสื่อสร้างสรรค์ ขณะเดียวกันก็เผยให้เห็นความเสี่ยงจากการใช้ AI อย่างไม่ระวัง ขาดการคิดวิเคราะห์ และแยกแยะข้อมูล โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก เยาวชน และผู้สูงอายุ รวมไปถึงกลุ่มสื่อมวลชนที่ต้องรับมือกับกระแสข่าวลวงที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วผ่านเทคโนโลยี AI ซึ่งแนวทางการรับมือจึงไม่เพียงแต่เน้นการให้ความรู้เกี่ยวกับ AI Literacy เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างระบบเฝ้าระวัง การส่งเสริมบทบาทชุมชนท้องถิ่น และการบ่มเพาะทักษะการคิดวิเคราะห์ในสังคมผ่านเครื่องมือและกิจกรรมที่สอดคล้องกับบริบทวัฒนธรรมแต่ละภูมิภาค
“ การเสวนาสัญจรทั้ง 5 ภูมิภาค ระยะที่ 2 ครั้งนี้ ที่ทำต่อเนื่องมาจากปีที่แล้ว โดยเน้นหนักเรื่องของสื่อ AI โดยเน้นคำว่ารู้รอบ เพราะต้องการให้เกิด รอบคิด รอบรู้และรอบโลก เพราะ AI อยู่ในชีวิตประจำวันของทุกคน ซึ่งทั้ง 5 ภูมิภาค พบปัญหาเดียวกัน คือเรื่องของ AI แต่มีความแตกต่างกันในรายละเอียดแต่ละพื้นที่ และแต่กลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน และผู้สูงอายุ จึงได้ข้อสรุปตรงกันว่า ในแต่กลุ่มต้องมีแกนนำ เข้ามาช่วยขับเคลื่อนให้รู้เท่าทันสื่อ ที่ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การอธิบายเท่านั้น และจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้อนุกรรมการเกี่ยวกับการเฝ้าระวังสื่อที่ไม่ปลอดภัยและไม่สร้างสรรค์ ต้องทำงานเชิงรุกในการลงพื้นที่ และพบว่าให้รับความร่วมมือจากผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันและมีการส่งต่อองค์ความรู้ในแต่ละท้องถิ่น ทั้งนี้ได้มีการนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ และสังเคราะห์เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหา และวางมาตรการ ต่อยอดองค์ความรู้ ส่งต่อให้สังคมรู้เท่าทันสื่อ โดยเน้นเฉพาะเจาะจงไปแต่ละกลุ่มเป้าหมาย และยังได้ทำงานคู่ขนานไปกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเสริมพลัง จับมือแก้ปัญหา เพราะหากใช้ AI ไม่ถูกวิธีก็จะเป็นอันตราย ดร.สรวงมณฑ์ กล่าว”
ด้าน ดร.ชำนาญ งามมณีอุดม รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน AI มีประโยชน์มากในชีวิตประจำวัน แต่ก็มีอันตรายจากการที่มิจฉาชีพมาหลอกลวงประชาชนได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการปลอมเสียง คลิป และ live กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จึงต้องเร่งเสริมสร้างให้ประชาชนมีองค์ความรู้สามารถป้องกันภัยออนไลน์ และรู้เท่าทันสื่อ โดยการดำเนินการ เสวนาสัญจร “รู้จัก รู้ใช้ รู้ทัน รู้รอบสื่อ AI”ทั้ง 5 ภูมิภาค เป็นเวทีสำคัญในการรับฟังความคิดเห็นของสื่อมวลชน และคนในสังคมกลุ่มต่างๆ เพื่อนำปัญหาและข้อมูลมาประมวลเป็นองค์ความรู้เพื่อนำเสนอมาตรการและแนวทางในการแก้ไขปัญหา ซึ่งปีนี้ครบรอบ 10 ปีของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ทำให้เห็นได้ว่าตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เกิดการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์และระบบนิเวศของสื่ออย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องของปัญญาประดิษฐ์จึงเป็นภารกิจสำคัญที่กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ที่จะส่งเสริมให้ทุกภาคส่วน รู้เท่าทันสื่อให้รอบด้าน
“ อยากให้ประชาชนมีทักษะและความเข้าใจป้องกันการถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพที่ใช้ AI ทั้งการปลอมเสียง คลิป และ live ที่เหมือนจริง ด้วยการตั้งคำถามปลอดภัย ที่คนใกล้ชิดเท่านั้นที่จะรู้คำตอบ เพื่อให้ยืนยันตัวตนว่าใช่คนใกล้ชิดจริงหรือไม่ เป็นการป้องกันตนเองและครอบครัวจากภัยออนไลน์ ดร.ชำนาญ กล่าวทิ้งท้าย”
โดยงานสรุปผลการรู้เท่าทันและเฝ้าระวังสื่อ ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด“รู้จัก รู้ใช้ รู้ทัน รู้รอบสื่อ AI” ที่จัดขึ้นในวันนี้ ยังเป็นเวทีในการต่อยอดองค์ความรู้ สู่สาธารณะ มีวิทยากรจากหลายภาคส่วนมาร่วม แบ่งปันความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้สื่อ AI อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย โดยมีช่วง TMF Talk เสวนาการรู้เท่าทันและเฝ้าระวังสื่อ ประจํา ปี 2568 “รู้จัก รู้ใช้ รู้ทัน รู้รอบสื่อ AI” เพื่อส่งเสริมการรับรู้และพัฒนาสังคมให้ยั่งยืนและปลอดภัยจากสื่อที่ไม่สร้างสรรค์ วิทยากรได้แก่ ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านกิจการโทรทัศน์ พ.ต.ท.ดร.ปุริปุ ริมพัฒน์ ธนาพันธ์สิริ รอง ผกก.4 บก.สอท.1 คุณวิภาส สุตันตยาวลี อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT)
รวมทั้งการเสวนา ในหัวข้อ “รู้เท่าทัน รู้รอบสื่อ AI” พูดคุยถึงแนวทางป้องกันภัยจากสื่อ AI โดยคุณตรี บุญเจือ อนุกรรมการเกี่ยวกับการเฝ้าระสื่อที่ไม่ปลอดภัยและไม่สร้างสรรค์ คุณนันทสิทธิ์ นิตย์เมธา นายกสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์
คุณวรภัทร เด็นเพชรหน้ง เครือข่ายเยาวชน SEED Thailand ภาคกลาง คุณคามิน ภัคดุรงค์ Co-founder/LOOK ALIVE Studio และคุณวิภาส สุตันตยาวลี
อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT)และภายในงานยัง มีปัญญาประดิษฐ์ ชื่อน้อง MIA (มีญ่า) เข้ามาเป็นพิธีกร โดยความหมายของ MIA: คือ M = Media – สื่อที่มีคุณภาพและการรู้เท่าทันข้อมูล
I = Intelligence – ปัญญาประดิษฐ์และความฉลาดรู้ และ
A = Awareness – ความตระหนักรู้และการใช้ AI อย่างมีจริยธรรม
ดังนั้น MIA คือ AI ที่จะช่วยให้สังคมไทยเข้าใจและใช้สื่ออย่างฉลาด รู้เท่าทัน และมีจริยธรรมในการใช้เทคโนโลยี
ซึ่งงานในวันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดและความร่วมมือใหม่ ๆ ที่จะนำไปสู่การสร้าง “ภูมิคุ้มกันทางสื่อ” ให้กับประชาชนไทยทุกคน สามารถใช้สื่ออย่างมีสติ รู้เท่าทัน รู้รอบสื่อ และอยู่กับสื่อได้อย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์